“คุณเมิ่ง รายงานตรวจสุขภาพของผมครับ”
เสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มดังขึ้นข้างหู เมิ่งฝูยื่นมือไปรับรายงานผลตรวจปึกนั้นมา
ชื่อ: เฟิงอวี้
อายุ: 29 ปี
พัฒนาการของลักษณะทางเพศขั้นที่สองเป็นปกติ
สายตาของเมิ่งฝูหยุดอยู่ตรงนั้น ก่อนจะเลื่อนไปยังตัวอักษรสีดำที่สะดุดตาบรรทัดนั้น
ไม่พบความผิดปกติชัดเจนด้านภาวะเจริญพันธุ์ อสุจิมีความแข็งแรงดี สามารถปฏิสนธิได้...
แก้มของเธอพลันแดงระเรื่อ เมิ่งฝูอดเงยหน้ามองชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามไม่ได้
คิ้วคมเข้ม ใบหน้ามีมิติชัดเจน ภายใต้สันคิ้วเด่นชัด ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นมองกลับมายังสายตาสำรวจของเธออย่างเปิดเผย
เมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน ทั้งคู่เพิ่งพบกันเป็นครั้งแรก
เดิมทีวันนี้เป็นวันที่เธอกับเฮ่อทิงซวี่จะไปจดทะเบียนสมรส แต่ใครจะคิดว่า ก่อนถึงเวลาจดทะเบียนเพียงสิบนาที เฮ่อทิงซวี่กลับเบี้ยวนัดเธอ เพราะอวี๋เหยาผู้เป็นรักแรกในใจของเขาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนบาดเจ็บ
ก่อนจากไป เฮ่อทิงซวี่พร่ำยืนยันกับเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า “ฝูฝู อาเหยากับผมโตมาด้วยกัน เธอก็เหมือนน้องสาวของคุณ พอเธอเกิดเรื่อง ผมจะไม่สนใจได้ยังไง”
“รอผมไปโรงพยาบาลดูให้แน่ใจว่าอาเหยาไม่เป็นอะไรมาก แล้วผมจะรีบกลับมาจดทะเบียนกับคุณทันที”
เมิ่งฝูรอมา 5 ปีแล้ว
จากตอนอายุ 19 จนถึงตอนนี้ที่อายุ 24
เฮ่อทิงซวี่บอกเธอว่าเขามองอวี๋เหยาเป็นเพียงน้องสาวข้างบ้าน เธอจึงเชื่อใจเขาโดยไม่มีเงื่อนไข
แต่ความจริงคือ ตอนอวี๋เหยาอกหัก เขาปลอบเธออยู่ทั้งคืน
อวี๋เหยากับเธอเกิดวันเดียวกัน ของขวัญวันเกิดจากเขาก็มักมอบให้อวี๋เหยาก่อนเสมอ
อวี๋เหยาบาดเจ็บ ต่อให้วันนี้เป็นวันจดทะเบียนสมรส เขาก็ยังเลือกวิ่งไปหาอวี๋เหยาก่อนได้โดยไม่ลังเล ไม่เคยคิดเลยว่าคนที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังอย่างเธอต้องเผชิญกับคำนินทาเช่นไร
เธอมองแผ่นหลังของเฮ่อทิงซวี่ที่จากไปอย่างเร่งรีบโดยไม่รอฟังคำตอบ แล้วเม้มริมฝีปากเบา ๆ
น่าเบื่อจริง ๆ
เธอจะไม่เสียเวลาอีก 5 ปีเพื่อรอให้เฮ่อทิงซวี่กลับมาแล้ว
เมิ่งฝูกะพริบตาไล่ความแสบพร่า
พอหันไปก็พบว่าเฟิงอวี้เองก็ถูกคู่หมั้นเบี้ยวนัดเหมือนกัน ทั้งคู่สบตากันอยู่หน้าสำนักงานกิจการพลเรือนในยามเช้า
เมิ่งฝูเอ่ยขึ้นราวกับถูกอะไรดลใจ “คุณก็ถูกเบี้ยวนัดเหมือนกันเหรอ”
เฟิงอวี้มองเธอ “ใช่ครับ”
เมิ่งฝูถาม “ฉันก็เหมือนกัน งั้นเราจดทะเบียนกันไหม”
ทั้งคู่เห็นพ้องกันทันที
เมิ่งฝูไล่อ่านรายงานตรวจสุขภาพก่อนสมรสอย่างรวดเร็ว พอยืนยันว่าไม่มีปัญหาแล้วก็ถอนหายใจโล่งอก
“เรียบร้อยแล้ว ไปถ่ายรูปกันเถอะ”
เฟิงอวี้ร่างสูงใหญ่ก้าวตามเธอไป
ขั้นตอนการรับทะเบียนสมรสง่ายกว่าที่คิดไว้เสียอีก กดรับบัตรคิว ลงทะเบียน รับคำร้อง ตรวจสอบ แล้วออกใบทะเบียน
ทุกอย่างเสร็จสิ้นรวดเดียว
พอได้สมุดทะเบียนสีแดงมาอยู่ในมือ เมิ่งฝูก็กะพริบตาปริบ ๆ ยังนึกว่าตัวเองกำลังฝันไป
คนที่จดทะเบียนกับเธอไม่ใช่เฮ่อทิงซวี่ แต่กลับเป็นผู้ชายอีกคน
เมื่อเทียบกันแล้ว เฟิงอวี้ดูสงบกว่าเธอมาก เมิ่งฝูอดมองเขาอีกครั้งไม่ได้
เฮ่อทิงซวี่เบี้ยวนัดเธอเพราะอวี๋เหยา แล้วเขาล่ะ?
ระหว่างที่ครุ่นคิด เฟิงอวี้ร่างสูงโปร่งก็หยุดยืนตรงหน้า เมิ่งฝูเงยหน้ามองเขา ตั้งใจจะถาม แต่พอคำพูดมาถึงริมฝีปากกลับเปลี่ยนไป
“คุณเฟิง ถึงเราจะจดทะเบียนกันแล้ว แต่ฉันก็ยังมีบางเรื่องอยากพูดให้ชัด ในเมื่อแต่งงานกันแล้ว ฉันก็จะรับผิดชอบชีวิตคู่ครั้งนี้ หวังว่าคุณจะทำเหมือนกัน”
ความหมายก็คือ ไม่ว่าเมื่อก่อนเขาจะมีความสัมพันธ์ยุ่งเหยิงอะไร หลังจากวันนี้ไปก็ต้องจัดการให้สะอาดหมดจด
เฟิงอวี้ย่อมเข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่
เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย คล้ายกำลังนึกถึงบางอย่าง
แต่ครู่ต่อมาก็พยักหน้า “ได้ครับ ผมยังมีงาน ไว้มีเวลาค่อยคุยกัน”
เมิ่งฝูถอนหายใจโล่งอก
ดูจากท่าทีตรงไปตรงมาของเขาแล้ว เขาคงผิดหวังกับคนรักเก่าไม่ต่างจากเธอ แบบนี้ก็ดี เธอไม่อยากต้องมาจัดการปัญหาความสัมพันธ์อะไรอีกแล้ว
ทั้งคู่เดินออกไปด้วยกัน เมิ่งฝูนึกขึ้นได้อีกเรื่อง
“เดี๋ยวก่อน เพิ่มวีแชตกันหน่อย”
“ขอโทษครับ”
เฟิงอวี้หยุดฝีเท้าแล้วหยิบโทรศัพท์ออกมา “ผมสแกนให้”
เมิ่งฝูเปิดวีแชต แล้วยกหน้าจอเพิ่มเพื่อนไปจ่อใต้โทรศัพท์ของเขา เสียงติ๊ดดังขึ้น ก่อนจะแสดงว่าเพิ่มเพื่อนสำเร็จ
รูปประจำตัวของเฟิงอวี้ดูคล้ายเจ้าตัวมาก เป็นสไตล์เย็นชา ส่วนชื่อในวีแชตก็มีเพียงตัววายตัวเดียว
หลังยืนยันรับเพื่อนแล้ว เฟิงอวี้ก็พูดว่า “เดี๋ยวติดต่อไปนะครับ”
“ได้ค่ะ”
เมิ่งฝูตอบรับ
คู่สามีภรรยาคู่อื่นพอจดทะเบียนเสร็จก็พากันจูงมือเดินจากไป ส่วนสองคนนี้ยังไม่ทันได้ทำความคุ้นเคยกับทะเบียนสมรส พอพ้นประตูสำนักงานกิจการพลเรือนก็แยกทางกันคนละทิศ
เมิ่งฝูปฏิเสธข้อเสนอที่เฟิงอวี้จะไปส่ง เธอเพิ่งได้ใบขับขี่มาไม่นาน ยังไม่ค่อยกล้าขับรถออกถนน
จึงเรียกรถแท็กซี่เป็นพิเศษ
หลังขึ้นรถและบอกที่อยู่แล้ว โทรศัพท์ก็สั่นขึ้นมาหนึ่งครั้ง หลินลี่ เพื่อนสนิทที่เล่นด้วยกันมาตั้งแต่สมัยมัธยมปลายส่งข้อความวีแชตมา
【ฝูเป่า! อย่าบอกนะว่าเธอจดทะเบียนกับไอ้ผู้ชายสารเลวเฮ่อทิงซวี่จริง ๆ อย่าหุนหันพลันแล่นเชียวนะ เขามันไม่ได้เรื่องจริง ๆ!】
หลินลี่ไม่เคยชอบเฮ่อทิงซวี่เลย รู้สึกว่าเขาไว้ใจไม่ได้
เมิ่งฝูก้มหน้าตอบ: 【จดแล้ว】
หลินลี่: 【อ๊ากกก ฉันจะโมโหตายอยู่แล้ว! ผู้ชายเฮงซวยมีสิทธิ์อะไรได้แต่งกับคนดี ๆ อย่างเธอ หย่าเลย ตอนนี้เข้าสู่ช่วงทบทวนก่อนหย่าทันที อีกหนึ่งเดือนค่อยไปรับใบหย่า】
เมิ่งฝู: 【ไม่ได้จดกับเฮ่อทิงซวี่】
โทรศัพท์เงียบไปครึ่งนาที
หลินลี่: 【???】
เมิ่งฝูส่งรูปทะเบียนสมรสที่เพิ่งถือไว้จนเริ่มอุ่นไปให้ บนนั้นเขียนชัดเจนว่าผู้ชายที่จดทะเบียนกับเธอชื่อเฟิงอวี้
หลินลี่: 【ผู้ชายคนนี้เป็นใคร ทำไมฉันไม่รู้จักคนรอบตัวเธอคนนี้เลย】
เมิ่งฝู: 【วันนี้ฉันก็เพิ่งเจอเขาครั้งแรกเหมือนกัน】
หลินลี่: 【!!!】
เธอกับเฟิงอวี้เรียกได้ว่าแต่งงานสายฟ้าแลบแบบจริงจัง ชนิดที่เร็วไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว
เมิ่งฝูส่งข้อความเสียงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้คร่าว ๆ
หลินลี่โมโหจนแทบระเบิด ด่าออกมาตรง ๆ ว่า “ถ้าช่วงนี้ฉันไม่ได้เดินทางไปทำงานล่ะก็ จะถลกหนังไอ้เฮ่อทิงซวี่นั่นให้ได้ กล้าปล่อยให้เธอรออีกนะ เธอรอเขามา 5 ปีแล้ว เขายังมีหน้ามาทำแบบนี้อีกเหรอ”
ด่าไปแล้ว หลินลี่ก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้ “ผู้ชายที่แซ่เฟิงอะไรนั่น เชื่อถือได้ไหม”
เมิ่งฝูเองก็ยังไม่แน่ใจ เฟิงอวี้อายุมากกว่าเธอ 5 ปี นอกจากรายงานตรวจสุขภาพแล้ว เธอยังไม่รู้จักเขาอย่างถ่องแท้
แต่มีอยู่เรื่องหนึ่งที่เธอมั่นใจได้
ใบหน้าของเฟิงอวี้หล่อกว่าเฮ่อทิงซวี่
ระหว่างที่กำลังคิดอยู่ รูปประจำตัวของคนแปลกหน้าที่เพิ่งเพิ่มเป็นเพื่อนก็พลันกะพริบขึ้นมาด้านบนหน้าจอ
เมิ่งฝูรู้สึกกระดากใจขึ้นมาทันที เมื่อครู่เธอยังแอบเอาใบหน้าหล่อเหลาของเฟิงอวี้ไปเทียบกับคนอื่นอยู่เลย อีกฝ่ายก็ส่งข้อความวีแชตมาหาเธอเสียแล้ว
หรือว่าเขาจะเปลี่ยนใจแล้ว?
