พอได้ยินอีกฝ่ายเรียกพี่เขยไม่หยุด หลินลี่ก็ถึงกับมีเครื่องหมายคำถามผุดขึ้นมาในหัวช้า ๆ
ฝูฝูไม่มีน้องสาวนี่นา?
เด็กนี่โผล่มาจากไหนกัน
หลังเช็ดหยดฝนบนใบหน้าจนแห้ง เมิ่งฝูก็หรี่ตาลง มองเวินจือหน่วนกลับไป
นึกออกแล้ว
ครั้งก่อนตอนเฟิงอวี้พาเธอกลับไปที่คฤหาสน์เก่าตระกูลเฟิง เคยเจอกันครั้งหนึ่ง ดูเหมือนจะเป็นน้องสาวของอดีตคู่หมั้นเฟิงอวี้
ความเป็นปรปักษ์ที่แผ่ออกมาจากตัวเด็กสาวเห็นได้ชัด เมิ่งฝูไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องนี้
เห็นคำพูดของตัวเองถูกเมิน เวินจือหน่วนก็ไม่พอใจจนกำหมัดแน่นแล้วพูดว่า “จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็แล้วแต่! ยังไงที่ฉันพูดก็เป็นความจริง รอดูได้เลย ถ้ากล้าพาแมวตัวนี้กลับไป ก็เตรียมโดนพี่เขยรังเกียจได้เลย!”
พูดจบ เวินจือหน่วนก็เริ่มรู้สึกเสียใจขึ้นมาเล็กน้อย
ไม่น่าพูดกับเธอเลย ปล่อยให้เธอพาเจ้าสัตว์เดรัจฉานนี่กลับบ้านไปก็ดี จะได้ทำให้พี่เขยรังเกียจเธอไปเลย
มีครั้งหนึ่งเธอกับพี่สาวไปเที่ยวที่คฤหาสน์เก่าตระกูลเฟิง จู่ ๆ ก็มีลูกแมวสีส้มตัวหนึ่งวิ่งมาจากไหนไม่รู้ พอเข้ามาในบ้าน คนรับใช้ที่คฤหาสน์เก่าก็อุ้มมันไปทันที
ถามแล้วถึงรู้ว่าเฟิงอวี้แพ้ขนสัตว์ ตระกูลเฟิงจึงไม่เคยเลี้ยงสัตว์ตัวเล็ก ๆ
เวินจือหน่วนพูดด้วยท่าทางได้ใจ “พี่สาวฉันยังไม่กล้าพูดเรื่องเลี้ยงลูกแมวต่อหน้าพี่เขยเลย นับประสาอะไรกับเธอ ยิ่งไม่มีสิทธิ์เข้าไปใหญ่”
