คนเชือดเคยบอกกับฉีเติ่งเสียนว่า——
ชั่วขณะที่เจ้าได้เป็นลูกผู้ชายอย่างแท้จริง ในมือกำซาลาเปาร้อน ๆ นุ่ม ๆ สองก้อน เจ้าถึงจะรู้ว่า ช่วงเวลาก่อนหน้านี้ตั้งแต่เกิดมาล้วนเสียเปล่า
ฉีเติ่งเสียนก็รู้สึกว่า คนเชือดไม่เคยโกหกเขาเลย เพียงแต่ว่า ตัวเองก็ซวยไม่น้อย แผ่นหลังเต็มไปด้วยรอยข่วนจากเล็บยาว ส่องกระจกดูแล้ว ดูไม่ได้เลยจริง ๆ
“ก็ตามคาด แค่แกล้งทำเป็นผู้ใหญ่ ทั้งที่จริงไม่รู้เรื่องอะไรเลย” ฉีเติ่งเสียนอดยิ้มแสยะไม่ได้ หลังยังแสบร้อน แต่ในใจกลับหวานฉ่ำ
กว่าจะลงตัวได้ ใช้เวลาตั้งชั่วโมงกว่า กว่าจะเข้าที่เข้าทาง ลำบากยากเข็ญยิ่งนัก
แต่พอจับจังหวะได้แล้ว ก็เหมือนพระถังซัมจั๋งผ่านอุปสรรค 81 ประการจนได้พระสูตร แสนจะสบายใจ
เฉียวชิวเมิ่งกับฉีเติ่งเสียนหย่ากันแล้ว หลี่อวิ๋นหว่านก็วางใจได้เต็มที่
“ยิ้ม ยิ้มอะไรของแก ไอ้คนไร้ค่า ยังมีหน้ามาอ้างว่าตัวเองเคยเก่งกาจในหมู่สาว ๆ ก็แค่นี้เรอะ?” หลี่อวิ๋นหว่านเตะฉีเติ่งเสียนเบา ๆ ทีหนึ่ง พูดอย่างหงุดหงิด
“ฮ่า ๆ ก็แค่ห่างสนามรบมานานเลยเป็นแบบนี้ไง?” ฉีเติ่งเสียนยิ้มแห้ง ๆ ประสบปัญหาเฉกเช่นชายหนุ่มมือใหม่
“ห่างสนามรบ? นี่แกมีปัญหาอะไรรึเปล่า? พรุ่งนี้จะให้พาไปโรงพยาบาลตรวจไหม?” หลี่อวิ๋นหว่านถามอย่างเป็นห่วง
แต่คำถามที่หวังดีกลับทำให้ฉีเติ่งเสียนโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ลูกผู้ชายจะยอมรับว่าตัวเองไม่ได้เรื่องได้ยังไง? ยิ่งกว่านั้น นี่เป็นครั้งแรกของเขานะ เร็วหน่อยก็ปกติออก
