ฉีเติ่งเสียนเดินเล่นเรื่อยเปื่อยอยู่ที่ชั้นหนึ่งของห้าง เห็นร้านเสื้อผ้าแบรนด์ดังหลายร้านตั้งเรียงรายกัน คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงเลือกร้านชาแนล
เพิ่งเข้าร้านไป เขาก็มองเห็นเงาร่างที่คุ้นเคย อดไม่ได้ที่จะยิ้มแล้วเอ่ยว่า “นี่ไม่ใช่เลขาหยางหรอกหรือ”
“ประธานฉี” หยางกวานกวานหันหน้ามา เห็นฉีเติ่งเสียนแล้วก็อดตกใจเล็กน้อยไม่ได้
“บังเอิญจัง!” ฉีเติ่งเสียนกล่าว
หยางกวานกวานถามด้วยความประหลาดใจ “ประธานฉีมาที่นี่ได้ยังไงคะ กำลังจะซื้อเสื้อผ้าให้คุณเมิ่งเมิ่งหรือเปล่า อยากง้อเธอคืนมาเหรอ”
“ถ้าคุณจะทำแบบนั้นจริง ๆ ฉันว่าก็ยังมีความหวังอยู่นะ”
“ฉันเองก็จะช่วยคุณ พูดดี ๆ ให้คุณต่อหน้าเธอสักหน่อย”
หยางกวานกวานก็รู้เรื่องที่เฉียวชิวเมิ่งกับฉีเติ่งเสียนหย่ากันแล้ว ข้างในใจเธอเองก็รู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย ฉีเติ่งเสียนเพิ่งทำผลงานได้โดดเด่นในสโมสรซ่างจ้งแท้ ๆ แต่พอวันรุ่งขึ้นเฉียวชิวเมิ่งก็หย่ากับเขาเสียแล้ว
ฉีเติ่งเสียนส่ายหัวแล้วกล่าวว่า “ผมไม่ได้ซื้อให้เธอ ผมซื้อให้อวิ๋นหว่าน”
เสื้อผ้าของหลี่อวิ๋นหว่านเมื่อวานถูกเขาฉีกจนเละเทะไม่มีชิ้นดี ตอนนี้ยังนุ่งแต่เสื้อเชิ้ตของเขาหลบอยู่ในหมู่บ้านวิลล่าอวิ๋นติ่ง รอให้เขาเอาเสื้อผ้าไปส่งให้อยู่เลย
“……”
หยางกวานกวานถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ รู้สึกว่าเฉียวชิวเมิ่งหย่ากับฉีเติ่งเสียน หลี่อวิ๋นหว่านคงมีส่วนอยู่ไม่น้อยทีเดียว
“เรื่องวันก่อนน่ะ ฉันยังไม่ได้ขอบคุณคุณเลย”
“ถ้าวันหลังว่าง ๆ ฉันจะเลี้ยงข้าวคุณนะ”
“วันนั้นถ้าคุณไม่ออกมายืนหยัด ฉันอาจถูกม้าชนตายไปแล้วก็ได้”
หยางกวานกวานมองฉีเติ่งเสียน ใบหน้าเผยรอยยิ้มจริงใจออกมา
