เมื่อคนจากไป ห้องก็พลันกว้างว่างจนน่ากลัว
เฉิงเลี่ยพิงกำแพง
เขายกมือขึ้นลูบผมที่ถูกลู่เฮ่อหรานขยี้จนยุ่งเมื่อครู่ ปลายนิ้วยังคล้ายหลงเหลือไออุ่นของอีกฝ่ายอยู่
ยามค่ำคืนมาเยือน ดาวเมืองหลวงสว่างไสวไปด้วยแสงไฟ
บางครั้งมีดอกไม้ไฟระเบิดขึ้นกลางท้องฟ้า เติมสีสันให้ค่ำคืนอันมืดมิด
ในอพาร์ตเมนต์ไม่ได้เปิดไฟ มีเพียงแสงจากจอโทรทัศน์ส่องวูบวาบเป็นเงาพร่าเลือนบนผนัง
เฉิงเลี่ยกอดตุ๊กตาหมาป่าตัวน้อยสีเงิน ขดตัวอยู่ตรงมุมโซฟา
บนโต๊ะกลางวางเกี๊ยวแช่แข็งที่ลู่เฮ่อหรานกำชับให้เขากินก่อนจากไป ตอนนี้เย็นชืดจนติดกันเป็นก้อน
แต่เขาไม่ได้แตะเลยสักคำ เอาแต่จ้องหน้าจอโทรทัศน์เขม็ง
สองทุ่มตรง
เพลงพิธีการของราชวงศ์อันฮึกเหิมและสง่างามดังขึ้น
ภาพตัดเปลี่ยนไปยังท้องพระโรงอันวิจิตรตระการตาของพระราชวัง ปรากฏอยู่บนหน้าจอ
นั่นคือโลกที่เฉิงเลี่ยไม่มีวันเอื้อมถึงในชาตินี้
ใต้โคมระย้าคริสตัลขนาดมหึมา ข้างบัลลังก์อันเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจสูงสุด ลู่เฮ่อหรานปรากฏตัวขึ้น
เขาเปลี่ยนจากเสื้อโค้ตสีดำลำลองตัวนั้น มาเป็นชุดพิธีการขององค์รัชทายาทที่หรูหราและประณีต
เครื่องแบบทหารสีน้ำเงินเข้มตัดเย็บเข้ารูปอย่างเนี้ยบกริบ พู่บนอินทรธนูเปล่งประกายสีทองใต้แสงไฟ
สายสะพายและเหรียญตราที่เป็นสัญลักษณ์แห่งเกียรติยศของราชวงศ์ประดับอยู่บนอก
เส้นผมของเขาถูกจัดแต่งอย่างพิถีพิถัน หวีเสยไปด้านหลัง เผยหน้าผากเกลี้ยงเกลาและดวงตาคมกริบราวคมมีด
ลู่เฮ่อหรานในยามนี้ไม่ใช่เด็กหนุ่มที่เคยนั่งกินหม้อไฟกับเขาบนโซฟาเก่า ๆ หรือยื่นมือช่วยตอนเขาคีบตุ๊กตาไม่ได้อีกแล้ว
