หลี่ชิงเหอเหลือบมองแม่หลี่ ก่อนพยักหน้าเบา ๆ สองครั้ง
“งั้นลูกไปเถอะ”
“ไม่ได้...”
แม่หลี่กำลังจะพูดอะไรต่อ พ่อหลี่ก็ขมวดคิ้วมองเธอ แม่หลี่จึงกลืนคำพูดมากมายลงคอด้วยความอึดอัด ก่อนจะถลึงตาใส่หลี่ชิงเหออย่างโมโห “นังเนรคุณ พี่สาวแกช่วยแกไว้แท้ ๆ ทำไมถึงได้คนอกตัญญูอย่างแกมา! ไสหัวไป อย่ามาเดินให้ฉันเห็นหน้า แค่เห็นแกก็หงุดหงิดแล้ว!”
หลี่ชิงเหอถอยหลังสองก้าว แล้วหันไปมองพ่อหลี่
พ่อหลี่ยิ้มอย่างใจดี “ไปเถอะ ไปเที่ยวเมืองหลวงมณฑลกับพวกพี่น้องเขา เปิดหูเปิดตาสักหน่อย ก็เป็นผลดีต่ออนาคตของลูกด้วย”
ท่าทางราวกับเป็นพ่อผู้เปี่ยมเมตตาที่คิดถึงเธอทุกอย่าง
ถ้าไม่ใช่เพราะชาติก่อนเขาเคยเกลี้ยกล่อมให้เธอยอมรับชะตากรรมแล้วตายไป เธอคงหลงเชื่อท่าทางแบบนี้ของเขาจริง ๆ
ดวงตาหลี่ชิงเหอเป็นประกายขึ้นเล็กน้อย เธอแสร้งทำท่าดีใจสุดขีด กล่าวขอบคุณพ่อหลี่ติด ๆ กัน ก่อนจะออกวิ่งไปทางประตูรั้ว “ฉันไปบอกเสี่ยวเหมยก่อน...”
พอเห็นเธอวิ่งไปเคาะประตูบ้านข้าง ๆ ไม่นานก็ได้ยินเสียงหัวเราะยินดีของเพื่อนสาว แม่หลี่ก็หน้าบึ้งตึงทันที
“คุณให้เธอไปเมืองหลวงมณฑล แล้วซิ่วซิ่วจะทำยังไง? นังเด็กตัวซวยนั่น...”
“เบาเสียงหน่อย!”
พ่อหลี่ขมวดคิ้ว ลุกกลับเข้าบ้านไป แม่หลี่เดินตามเข้าไป ปิดประตูแล้วบ่นกับพ่อหลี่ที่นั่งอยู่ข้างหน้าต่าง “...ซิ่วซิ่วเดินไม่ได้ จะกินจะดื่มจะเข้าห้องน้ำก็ขาดคนดูแลไม่ได้ อีกไม่กี่วันสะใภ้ใหญ่ก็จะมาบ้าน ถ้าเธอไม่อยู่ ใครจะคอยดูแล?”
“...เธอตามหลินเจี้ยนจวินไปเมืองหลวงมณฑลเพื่อเปิดหูเปิดตา ลูกแท้ ๆ ของเราสักคนเคยไปที่นั่นหรือไง?”
