“เธอตั้งใจทำใช่ไหม?!”
เธอบอกให้หลี่ชิงเหอเปิดโปงเรื่องนี้ ไม่ได้บอกให้ลากตัวเองเข้าไปเกี่ยวด้วยสักหน่อย!
หลี่ชิงเหอแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง “หือ? เรื่องอะไร?”
“เสี่ยวอวิ๋น ที่หลี่ชิงเหอพูดเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า?”
แม่หลี่เปิดประตูห้องแล้วรีบก้าวออกมา “พี่ชายเธอเอางานชั่วคราวไปขายจริงเหรอ?”
หลี่เฉี่ยวอวิ๋นถลึงตามองหลี่ชิงเหอ
“โธ่ ลูกเอ๊ย รีบพูดสิ จะทำให้แม่ร้อนใจตายหรือไง?” แม่หลี่เร่งหลี่เฉี่ยวอวิ๋น
หลี่เฉี่ยวอวิ๋นจนปัญญา จึงเล่าเรื่องที่ตัวเองเห็นคร่าว ๆ
แม่หลี่หันไปมองหลี่ชุนเซิงกับเฉินเหอฮวา ทั้งคู่มองหน้ากันไปมา หลบตาซ้ายทีขวาที ไม่กล้าสบตาเธอ
แม่หลี่เข้าใจทุกอย่างแล้ว เธอตบต้นขาฉาดพร้อมร้อง “โอ๊ย!” ก่อนหมุนตัวพุ่งออกไป
เธอบอกพ่อหลี่ว่า “...ฉันจะไปโทรศัพท์ถามดู!”
พ่อหลี่หน้าตึง หันไปถามหลี่ชุนเซิง “เงินล่ะ?”
“ใช้ไปแล้ว”
หลี่ชุนเซิงไม่ได้ปฏิเสธ กลับยอมรับอย่างไม่อ้อมค้อม
พ่อหลี่เพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ของพวกนี้ที่สองสามีภรรยาซื้อจากเมืองหลวงมณฑล ก็ใช้เงินจากการขายงานชั่วคราวนั่นเอง!
เขากวาดตามองของที่กองพะเนินอยู่ครึ่งห้องโถงใหญ่ รู้สึกตาพร่ามัวด้วยความโกรธจนพูดไม่ออก
เฉินเหอฮวาสะกิดหลี่ชุนเซิง
หลี่ชุนเซิงกระแอมเบา ๆ ก่อนอธิบาย “พ่อ ผมถามมาแล้ว คนพิการไม่ว่าจะมีงานหรือไม่ก็ไม่ต้องลงชนบทอยู่ดี อีกอย่างผมก็มีงานทำ ที่บ้านไม่จำเป็นต้องมีงานชั่วคราวนี่แล้ว เก็บไว้ก็ไม่มีประโยชน์ ผมเลยคิดว่าขายทิ้งดีกว่า ยังไงงานนี้ก็ซื้อให้ผมอยู่แล้ว”
“อืม ๆ” เฉินเหอฮวาพยักหน้าเห็นด้วย
พ่อหลี่รู้สึกหมดแรง เขาเงยหน้ามองหลี่ชุนเซิง “เหลือเงินเท่าไร?”
“สี่ร้อยหกสิบกว่า”
“พวกแกใช้ไปตั้งสามร้อยสี่สิบ!”
พ่อหลี่สูดลมหายใจเฮือกใหญ่ เส้นเลือดบนหน้าผากเต้นตุบ ๆ เขาสูดหายใจลึกหลายครั้งกว่าจะข่มใจไม่ให้ซัดคน แล้วถามหลี่ชุนเซิงอย่างเดือดดาล “แกรู้ไหมว่าเงินเดือนฉันเดือนหนึ่งมีแค่สี่สิบกว่า แกใช้เงินเดือนทั้งปีของฉันไปในพริบตาเดียว!”
