จริง ๆ แล้วหากตัดเรื่องเครื่องรางหนุนพลังออกไป ตัวเพียนเจวี่ยเองก็เทียบเท่ากับผู้เชี่ยวชาญระดับจอมยุทธ์ชั้นแปดขั้นบนสุด
ไม่ว่าจะเป็นวิชายุทธ์ฝ่ายพุทธที่ใช้ร่างกายล้วน หรือความลับวิชาพุทธะ ล้วนอยู่ในระดับสูงสุด ที่หลอไล่เคยกล่าวว่าเพียนเจวี่ยเป็นมือประจักษ์ระดับแนวหน้าของยุคนี้ ก็ไม่ใช่การโอ้อวดเกินจริง
เพราะตราบใดที่ผู้เหนือธรรมดายังไม่ปรากฏ เพียนเจวี่ยถือเครื่องรางระดับสูงสุดของพุทธถังลับในมือ สามารถรบได้กับผู้กึ่งก้าวเหนือธรรมดา ย่อมถือเป็นมือประจักษ์ที่นับหน้าได้ไม่ถึงสิบ
เห็นเขาในตอนนี้ประกอบผนึกลับพุทธถังสามท่า ก่อร่างเงาสีทองนับไม่ถ้วนขึ้นกลางอากาศ
เฉินวั่นหลี่ถูกห่อหุ้มอยู่ข้างใน ผนึกทั้งหมดหดตัวไม่หยุด ดุจดั่งปริมณฑลถูกบีบอัดลงอย่างมีชีวิต สิ่งมีชีวิตใดที่อยู่ข้างใน สุดท้ายย่อมถูกพลังของผนึกบดขยำจนสิ้น
หลอไล่ที่แอน่งคาบเกี่ยวอยู่กับพื้น ตอนนี้รู้สึกถึงพลังของผนึกกลางอากาศ ก็รู้สึกเกรงกลัวขึ้นมาจากในใจโดยแท้
นักสู้ที่ไร้พลังภายใน พึ่งพาเพียงร่างกายเปล่า ย่อมไม่มีทางสู้กับพลังของผนึกได้
เพียนเจวี่ยมีฆ่าจริง ๆ แล้ว ขณะที่ผนึกปิดสนิท ลูกแก้วมณีฟ้าสามเม็ดหน้าตัวเขากลายเป็นแสงทองสามสาย
“ภูเขาสุเมรูเมล็ดมัสตาร์ด!”
เม็ดหนึ่งพองตัวขยายกลางอากาศ กลายเป็นหินก้อนมหึมา ระหว่างกลายร่างนั้นเจาะรูพรุนขึ้นบนหลังคาออกมา
หินก้อนนั้นหนักดุจนับหมื่นชั่ง ทุบลงมายังเฉินวั่นหลี่ตรง ๆ
“ฉัตรนับแปดร้อย!”
มณีฟ้าอีกเม็ดกลายเป็นฉัตรสีเหลืองนับไม่ถ้วนกลางอากาศ พุ่งเขาคลุมยังหน้าถังหลิงอวี่
“ธรรมจักรสามหมุน!”
มณีฟ้าเม็ดสุดท้ายกลายเป็นวงล้อสีทองที่หมุนเร็วยิ่ง ฟันตรงลงมายังส่วนล่างของถังหลิงอวี่!
ทั้งสามนี้ ล้วนเป็นเครื่องรางของขลังในตำนานฝ่ายพุทธ แม้จะเป็นเพียงพลังที่ผนึกเก็บไว้ในมณีฟ้าแล้วแผดิษฐานขึ้นมา แต่ก็ยังไม่อาจดูเบาเบาได้
