ชั่วขณะนั้นเอง เปลวเพลิงเยือกสีน้ำเงินก็แตกออกจากกลางเสาน้ำแข็ง พ่นกระจายขึ้นสู่อากาศโดยไม่มีจุดบอด
แม้อยู่ห่างออกไปหลายจัง ก็ยังรู้สึกได้ถึงพลังเยือกเย็นสุดขั้วที่เหมือนจะแช่แข็งคนทั้งเป็นซึมลึกเข้าไปในร่าง
"ถอย!"
เฉินวั่นหลี่ตะโกนลั่น ดึงถังหลิงอวี่ถอยหลังไปหลายก้าว จนถอยกลับมาถึงขอบของอักขระเวทวิญญาณเยือกเจ็ดเจ็ด
เปลวเพลิงเยือกพ่นอยู่นานถึง 5 นาที จึงจบลง
ถังหลิงอวี่ไม่มีแม้แต่ข้อสงสัยว่า เปลวเพลิงเยือกเพียงเล็ดลอดสักเล็กน้อย ก็สามารถแช่แข็งเธอเป็นรูปปั้นน้ำแข็งได้
"อักขระวิญญาณน้ำแข็งเยือกเย็บเก้าเก้า!" เฉินวั่นหลี่ยืดเส้นยืดคอเบา ๆ
"นายรู้จักอีกแล้วเหรอ?" ถังหลิงอวี่แปลกใจ
"อือ!"
"จากที่ฉันเข้าใจเรื่องผู้ได้รับชะตาสวรรค์ พวกเขาจะได้รับวิชาโบราณก่อนยุคสมัยราวกับเทพเจ้าสืบทอดให้จากฟ้า แต่ส่วนใหญ่ก็เชี่ยวชาญเพียงสายเดียว ฉันเคยสืบมาว่า มีทั้งที่ได้รับสืบทอดทางยาอายุวัฒนะ ทางการเลี้ยงสัตว์อสูร ทางวิชาบางสาย หรือทางค่ายกล นายดูเหมือนจะไม่เหมือนพวกเขาเลยนะ?"
ถังหลิงอวี่เผลอถามออกมา
เฉินวั่นหลี่ไม่พูดมาก พูดเพียงสั้น ๆ ว่า "อาจจะ! ค่ายกลนี้ ถ้าให้ฉันละลายเองก็ต้องเตรียมการสักหน่อย ต้องเปิดแหวนเก็บของก่อนเป็นอย่างแรก!"
"……" ถังหลิงอวี่เบ้ปาก ด้วยสภาพตอนนี้ของเฉินวั่นหลี่ เขาต้องเดชานั่งสมาธิถึง 10 ชั่วโมงเพื่อดึงของออกมาจากแหวนเก็บของหนึ่งชิ้น เผลอ ๆ อาจติดอยู่ข้างในเป็นเดือนเป็นครึ่งก็ได้
"กลับไปก่อนเถอะ!"
เฉินวั่นหลี่ส่ายหน้า พาถังหลิงอวี่ถอยออกมา
นับตั้งแต่ออกจากยุทธภพมา ยังไม่เคยปวดหัวขนาดนี้มาก่อน เฉินวั่นหลี่เผลอจดบันทึกคุนหลุนเพิ่มอีกหนึ่งบรรทัดในสมุดเล่มเล็กอีกเป็นครั้งที่เท่าไรไม่รู้
