โจวเจิ้นกั๋วพิงผนังกระเช้า หน้าจอเครื่องมือสื่อสารยังสว่างอยู่ บนนั้นคือข้อความที่เขาเพิ่งส่งออกไป
“ฝีมือนายใช่ไหม”
ซูมู่ไม่ตอบกลับ
แต่โจวเจิ้นกั๋วไม่จำเป็นต้องได้รับคำตอบ
เขามองแสงจุดสีม่วงเข้มที่กำลังสลายไปอย่างช้า ๆ นอกหน้าต่าง แล้วผ่อนลมหายใจยาวเหยียด
เขาจำคำพูดก่อนหน้านี้ของซูมู่ได้......“ตอนเข้าเมือง ผมถูกสิ่งพิศวงตัวหนึ่งที่น่าสะพรึงกลัวโจมตี”
สิ่งพิศวงตัวนั้นโจมตีเพียงครั้งเดียว ก็ทำให้ความทนทานของกระเช้าระดับสามของซูมู่ลดลงไปครึ่งหนึ่ง แต่ตอนนี้สิ่งพิศวงตัวนั้นตายแล้ว และตายด้วยน้ำมือซูมู่
เขานึกถึงตอนที่ตัวเองยังภูมิใจกับค่าอำนาจการยิง 130 หน่วย ขณะที่ซูมู่เตรียมรับมือกับสิ่งมีชีวิตระดับนั้นอยู่แล้ว ช่องว่างเช่นนี้ทำให้เขาพูดไม่ออกไปชั่วขณะ......ไม่ใช่ความรู้สึกผิดหวัง แต่เป็นความรู้สึกซับซ้อนที่บรรยายไม่ถูก
เขาปิดเครื่องมือสื่อสาร ละสายตาจากนอกหน้าต่าง แล้วพิงผนังอย่างเงียบงัน ไม่ทิ้งข้อความใดไว้ในแชนแนล
.......
ข้อความของหลินอวี่เวยแทบจะส่งตามโจวเจิ้นกั๋วมาติด ๆ
“นายใช้อาวุธของกิลด์แล้วเหรอ”
ไม่มีคำตอบกลับ หล่อนจึงพิมพ์เพิ่มอีกบรรทัดว่า “คราวหน้าบอกฉันก่อนใช้ อย่าระเบิดตัวเองหายไปซะล่ะ”
เขาไม่ตอบกลับ แต่หลินอวี่เวยก็ไม่จำเป็นต้องได้รับคำตอบเช่นกัน หล่อนมองเงาดอกไม้สีม่วงเข้มที่กำลังสลายไปนอกหน้าต่าง นิ้วมือบีบขอบเครื่องมือสื่อสารแน่นจนซีดขาว
หล่อนรู้ว่าตัวเองช่วยอะไรไม่ได้ การต่อสู้ระดับนั้น หล่อนไม่มีแม้แต่สิทธิ์จะเข้าใกล้ด้วยซ้ำ เพราะอย่างนั้น ประโยคนั้นจึงเป็นสิ่งเดียวที่หล่อนพูดได้
