และที่พื้นโล่งตรงหน้าเธอห่างออกไปไม่กี่เมตร ซูมู่ดึงทวนยาวกลับเข้าไปในมิติส่วนตัว เขาเหลือบมองไป๋หลิ่วซี มองชายร่างใหญ่ที่อยู่ข้างหลังเธอ และชายร่างผอมอีกคน กางมือออก จากนั้นก็พูดขึ้น
“ผมบอกแล้วว่าไม่มีเจตนาร้าย” เขาย้ำอีกครั้ง “ผมเป็นผู้รอดชีวิตที่ขึ้นมาจากกระเช้ามาที่นี่ เพื่อตามหาใครบางคน”
ไป๋หลิ่วซีขยับคิ้วเล็กน้อย
“ผู้รอดชีวิตงั้นหรือ?” เสียงของเธอไม่ดัง แต่ชัดเจน ราวกับเสียงก้อนน้ำแข็งกระทบแก้ว “ผู้รอดชีวิตไม่มีทางมีพลังการต่อสู้สูงขนาดนี้”
ซูมู่ไม่ได้โต้แย้ง
สายตาของไป๋หลิ่วซีกวาดไปทั่วร่างของเขา แล้วเอียงศีรษะ เอ่ยกับชายร่างใหญ่ที่อยู่ด้านหลังว่า “เหล่าเว่ย ตรวจสอบหน่อย”
ชายร่างใหญ่พยักหน้า ล้วงอุปกรณ์ขนาดฝ่ามือออกมาจากกระเป๋ายุทธวิธีที่เอว รูปลักษณ์ภายนอกเหมือนโทรศัพท์รุ่นเก่า แต่จอใหญ่กว่า ด้านหลังมีเลนส์นูนขึ้นมา พื้นผิวมีลวดลายละเอียดเคลื่อนไหว เขาชูอุปกรณ์ขึ้น เล็งไปที่ซูมู่ กดปุ่มเปิดใช้งาน
อุปกรณ์ส่งเสียง “ติ๊ด” เบา ๆ
ชายร่างใหญ่ก้มดูจอ สีหน้าจากที่ราบเรียบเปลี่ยนเป็นประหลาดใจ จากประหลาดใจเป็นไม่เชื่อสายตา เขาเงยหน้าขึ้นมองซูมู่ แล้วก้มดูจออีกครั้ง ลูกกระเดือกขยับขึ้นลง
“อะไร?” ไป๋หลิ่วซีถาม
