แต่เขาไม่ได้เปิดโปงเธอ และไม่ได้คิดจะปล้นเธอด้วย
ไม่ใช่ทำไม่ได้ แต่ไม่อยากทำ ผู้หญิงคนนี้แม้จะฉลาดแกมโกงจนน่าเข่นเขี้ยว แต่เธอก็ไม่เคยทำอะไรให้เขาเดือดร้อน ตรงกันข้าม ข่าวที่เธอให้ แบบแปลนที่แลกเปลี่ยน ต่างก็ช่วยเขาได้อย่างแท้จริง
มีเส้นบางเส้น ที่ข้ามไม่ได้
ซูมู่เก็บของที่รวบรวมจากร่างนักล่าทั้งหมด จัดระเบียบ แล้วลุกขึ้น ปัดฝุ่นที่หัวเข่า ท้องฟ้ายังมืดมิด แต่ตรงเส้นขอบฟ้าที่ไกลออกไป เริ่มมีแสงสีขาวเทาจาง ๆ ซึ่งแทบมองไม่เห็นปรากฏขึ้นมา นั่นคือลำแสงแรกก่อนรุ่งสาง
“ต่อไปคุณจะไปไหน” ซูมู่ถาม
หลินอวี่เวยกลืนขนมปังกรอบอัดคำสุดท้ายลงคอ ปัดเศษขนมจากมือ แล้วคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ไปเอาของสักอย่างแล้วกลับขึ้นกระเช้า”
ซูมู่พยักหน้า ไม่ถามอะไรมาก
หลินอวี่เวยลุกขึ้น ปัดฝุ่นจากกางเกง แล้วหยิบของชิ้นหนึ่งขนาดเท่าฝ่ามือออกจากกระเป๋า ยื่นให้ซูมู่ ไม่ใช่ผ่านช่องแลกเปลี่ยน แต่เป็นของจริง... เป็นม้วนคัมภีร์หนึ่ง ใช้กระดาษคราฟต์สีน้ำตาลเข้มม้วนเป็นทรงกระบอก ปลายทั้งสองข้างปิดด้วยขี้ผึ้ง รอยประทับตราที่ปิดผนึกเลือนราง
“สวนสัตว์” เธอพูด “ข่าวที่ให้คุณก่อนหน้านี้ ตำแหน่งอยู่ใกล้ประตูทิศใต้ของสวนสัตว์ ส่วนของฉันนี้ อยู่ที่ประตูทิศเหนือ สองตำแหน่งนั้นไม่ไกลกันนัก”
ซูมู่รับม้วนคัมภีร์มาโดยไม่แกะออก ถือไว้ในมือลองกะน้ำหนัก
“ฉันจะไปกับคุณ” หลินอวี่เวยพูด น้ำเสียงไม่ใช่การปรึกษา แต่เป็นการบอกเล่าถึงการตัดสินใจที่แน่วแน่แล้ว
