มีบางอย่างติดค้างในใจ...ภาพพวกนั้นเป็นเรื่องจริงหรือ? ยังมีความรู้สึกอีกอย่างที่ตัวเธอเองก็ไม่อยากยอมรับ เป็นความรู้สึกแผ่วเบา คล้ายกับโล่งอก
เธอนั่งอยู่เช่นนั้นนานมาก นานจนแสงนอกหน้าต่างเปลี่ยนจากนุ่มนวลเป็นสีส้มหม่น จากสีส้มหม่นเป็นหม่นสลัว ในที่สุดเธอก็ลุกจากเตียง สวมชุดสำรอง...ชุดที่เธอค้นจากกระเป๋าเป้ พับไว้เรียบร้อย วางบนเก้าอี้ข้างหัวเตียง
เธอไม่รู้ว่าเป็นซูมู่ที่วางไว้หรือเธอวางเอง เธอไม่อยากรู้
เธอเก็บข้าวของที่กระจัดกระจายบนพื้น กองเศษผ้าที่ถูกฉีกขาดไว้ที่มุมห้อง จัดกระเป๋าเป้ให้เข้าที่ ตรวจสอบทวนอีกครั้ง ให้แน่ใจว่ากระสุนยังเต็ม
จากนั้นเธอหันไปหาประตูที่ปิดอยู่ เอ่ยพึมพำแผ่วเบาด้วยประโยคที่แม้แต่ตัวเธอเองยังรู้สึกว่าเหลือเชื่อ
“ยังดีที่คนคนนี้คือซูมู่...”
พูดจบเธอเองก็ชะงักไป
เธอไม่รู้ว่าทำไมถึงหลุดปากพูดเช่นนั้นออกไป หรือไม่รู้แม้แต่ว่ามันหมายความว่าอะไร เธอแค่รู้สึกว่า ถ้าเป็นคนอื่น...คนพวกนั้นที่ห้อมล้อมเธอ ในสายตามีแต่ความละโมบ ดุจไฮยีน่า...เธอคงยอมตายเสียดีกว่า
หลินอวี่เวยสูดลมหายใจลึก สลัดความคิดยุ่งเหยิงพวกนั้นออกจากหัว
เธอเปิดแพนเนลระบบ ต้องการตรวจสอบสภาพตัวเอง อาการบาดเจ็บของเธอหายดี เรี่ยวแรงฟื้นคืน พลังงานคงที่ เธอยิ่งรู้สึกว่าร่างกายเบากว่าแต่ก่อน...ไม่ใช่ความรู้สึกหลอก แต่เป็นความเบาแบบจับต้องได้ทางกายภาพอย่างแท้จริง
