หลายสิบนาทีต่อมา
หลินเสี่ยวเหอพิงหลังกับแท่งคอนกรีตทิ้งร้างหลังแนวป้องกัน เสียบมีดสั้นกลับซองที่เอว ล้วงขวดน้ำจากกระเป๋า หมุนฝา กรอกเข้าปากสองอึก
น้ำไหลลงคอ พัดพารสสนิมเลือดในลำคอหายไป แต่ไม่อาจพัดพาความแสบร้อนในปอด เธอสู้ต่อเนื่องมาเกือบสี่ชั่วโมง ฆ่ามอนสเตอร์ไปไม่ต่ำกว่า 200 ตัว เสื้อผ้าชุ่มโชกเลือดมอนสเตอร์ครั้งแล้วครั้งเล่า แห้งแล้วเปียก เปียกแล้วแห้ง จนจับเป็นแผ่นแข็ง
แขนเธอสั่นเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะเหนื่อย แต่เพราะกล้ามเนื้อถึงขีดจำกัด แต่เธอหยุดไม่ได้ หยุดก็จะคิด คิดแล้วจะเจ็บ
ฝูงชนกลุ่มหนึ่งเดินมาล้อม
หลินเสี่ยวเหอไม่เงยหน้า เธอได้ยินเสียงฝีเท้า...ไม่ใช่หนึ่งหรือสองคน แต่เป็นเจ็ดแปดคน ฝีก้าวสะเปะสะปะแต่แฝงความจงใจกดดันอย่างเป็นระเบียบ เธอสัมผัสได้ถึงสายตาคนพวกนั้นที่จับจ้องบนตัวเธอ เหมือนแมลงหวี่ตอมแผลสด
“นี่คือหลินเสี่ยวเหอ?”
เสียงดังมาจากเหนือหัว ทุ้มต่ำ หยิ่งผยองเหมือนกำลังพินิจอะไรบางอย่าง
หลินเสี่ยวเหอหมุนฝาขวดน้ำ เก็บใส่กระเป๋า ลุกขึ้น
เบื้องหน้ามีคนเจ็ดแปดคน ผู้นำเป็นชายอายุสามสิบต้น สวมเสื้อแจ็กเก็ตยุทธวิธีสีเข้ม เหน็บปืนสั้นที่เอว มือถือเชือกบังเหียน...ปลายเชือกผูกม้าตัวน้อย
ขนม้าตัวเล็กนั้นเป็นลายแถบขาวดำ ไม่ต่างจากม้าลายปกติอะไร ต่างเพียงขนาดเล็กกว่า ตาอ่อนโยน ดูไม่เหมือนสู้เป็น
