วันต่อมา เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ไป๋อวี๋นัดเจอคนที่คบกันทางออนไลน์ เธอจึงตั้งใจใส่ชุดเดรสสีขาว แต่งหน้าอ่อน ๆ ทว่าพอมองตัวเองที่สวยอยู่ในกระจก แล้วนึกถึงประสบการณ์ที่ผ่านมาซึ่งมักมีคนตามขอช่องทางติดต่อ เธอก็ลังเลอยู่สองวินาที ก่อนจะหยิบหน้ากากอนามัยมาใส่ เมื่อแน่ใจว่าไม่มีปัญหาแล้วจึงออกจากบ้าน
เมื่อมาถึงละแวกจุดนัดหมาย ไป๋อวี๋ยังอยู่ห่างจากสวนพฤกษศาสตร์เพียงถนนกั้น
ระหว่างรอสัญญาณไฟจราจร ไป๋อวี๋เงยหน้าขึ้น แล้วมองเห็นคนคนหนึ่งอยู่ไกล ๆ ตรงประตูสวนพฤกษศาสตร์
คนคนนั้นประคองกระถางดอกไม้ใบเล็กไว้ ในกระถางมีต้นกระบองเพชรที่เติบโตงอกงาม บนยอดมีดอกไม้สีเหลืองเล็ก ๆ สองดอกไหวเอนไปตามสายลม ราวกับกำลังสนทนากับเด็กหนุ่มที่ก้มหน้าพูดกับมันอยู่
เด็กหนุ่มสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบ ๆ กับชุดวอร์มสีเทา รูปร่างค่อนข้างผอมบาง ดูไม่มีราศีเหมือนในรูปที่เขาเคยส่งให้เธอดูเลย
เธอยังไม่ทันมองเห็นหน้าตาของอีกฝ่ายชัด ๆ โทรศัพท์ในกระเป๋าก็สั่นอย่างรุนแรง จนเธอต้องละสายตาแล้วหยิบมันออกมา
จังหวะนั้นเอง เธอจึงคลาดกับเด็กหนุ่มที่เงยหน้าขึ้นพอดี และไม่ได้สังเกตเห็นแววตาของอีกฝ่ายที่พลันสว่างวาบ
“ฮัลโหล? อวี๋เป่า ตอนนี้อยู่ไหนเหรอ?”
“ฉันอยู่ข้างนอก” ริมถนนมีรถวิ่งไปมาจอแจอยู่บ้าง ไป๋อวี๋จึงหันหลังให้ถนนแล้วขยับไปยืนด้านข้าง เธอยกมือป้องโทรศัพท์ไว้ ก่อนถามอย่างสงสัยว่า “แม่ มีอะไรหรือเปล่า?”
“ไม่มีอะไรหรอก แค่ไอ้ไป๋ไฉ่ไม่รู้ไปได้ยินมาจากใครว่าพวกเราซื้อบ้านให้ลูก แต่ไม่ได้ซื้อให้เขา เขาเลยโมโหจนวิ่งกลับมาจากโรงเรียนเพื่อถามแม่กับพ่อ ทำเอาพ่อโมโหจนซ้อมเขาไปยกหนึ่ง แล้วเขาก็วิ่งหนีออกไป”
