เมืองคุน
โรงแรมเล่อถู
หานเสี่ยวหู่มาถึงเมืองคุน กว่าจะหางานบริการห้องพักในโรงแรมแห่งนี้ได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
แต่แล้ว...
หลังจากเขากับหญิงคนหนึ่งเปิดอกพูดคุยกันอย่างลึกซึ้ง จนรู้ไส้รู้พุงกันดี เฟืองแห่งโชคชะตาก็เริ่มหมุนย้อนกลับอย่างเหลือเชื่อ
และหญิงคนนั้นก็ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นเฉินม่านอวี้ เจ้าของโรงแรมแห่งนี้
เที่ยงวัน ลูกค้าส่วนใหญ่เช็กเอาต์ออกไปแล้ว
หานเสี่ยวหู่เตรียมรีบเปลี่ยนปลอกผ้านวมกับผ้าปูที่นอนในห้องต่าง ๆ บนชั้นสอง
แต่พอเขาเข้าไปเริ่มงานในห้อง 206 เฉินม่านอวี้ก็ตามเข้ามา แล้วเอื้อมมือไปล็อกประตูจากด้านในทันที
“เสี่ยวหู่ ทำงานที่นี่มากว่าสองเดือนแล้ว รู้สึกยังไงบ้าง?” เฉินม่านอวี้ถามยิ้ม ๆ
ตอนนี้เธอสวมเสื้อสายเดี่ยวรัดรูปฉลุลาย เนินอกอวบอิ่มโค้งเว้าอยู่ใต้ลำคอ กระโปรงสีดำสนิทรัดสะโพกแนบเนื้อ แต่เพราะรูปร่างอวบอิ่มจึงดูราวกับตะเข็บจะปริออกมาได้ทุกเมื่อ... รองเท้าส้นสูงสีแดงไวน์เผยให้เห็นนิ้วเท้า ซึ่งทาเล็บสีแดงเอาไว้ ชวนให้รู้สึกเย้ายวนผิดธรรมดา
หานเสี่ยวหู่เหลือบมองเพียงแวบเดียว ก็รู้สึกเหมือนเส้นประสาทบางส่วนถูกปลุกให้ตื่นขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเขาควบคุมตัวเองแทบไม่อยู่
เขารีบเบือนสายตากลับมา แล้วตอบตามตรงว่า
“เถ้าแก่เนี้ยครับ ดีมากเลย ถ้าไม่ได้คุณคอยดูแล คนที่เคยติดคุกอย่างผมคงหาที่ซุกหัวนอนในเมืองคุนได้ยากแน่”
เฉินม่านอวี้ขยับเข้ามาอีกก้าว ปลายเท้าแทบชนกับปลายเท้าของเขา เธอยกมุมปากยิ้มอย่างยั่วยวน
“เสี่ยวหู่ อย่าพูดห่างเหินขนาดนั้นเลย เราได้มาเจอกันก็ถือเป็นวาสนา ฉันไม่เคยคิดว่าเธอมีอะไรผิดปกติเพียงเพราะเคยมีประวัติติดคุก ตรงกันข้าม ฉันกลับรู้สึกว่าเธอดูเป็นลูกผู้ชายยิ่งกว่าผู้ชายหลายคนเสียอีก”
“เถ้าแก่เนี้ยชมเกินไปแล้วครับ ผมก็แค่ตัวใหญ่เท่านั้นเอง”
“ไม่ใช่ เธอมีความเป็นลูกผู้ชายแบบนั้นจริง ๆ”
หานเสี่ยวหู่สูง 185 เซนติเมตร แม้หน้าตาจะธรรมดา จมูกใหญ่ ตาชั้นเดียวและตาค่อนข้างเล็ก ผิวคล้ำ ปุ่มลูกกระเดือกนูนเด่น กล้ามอกกับกล้ามท้องยังเห็นชัดแม้สวมเสื้อเชิ้ต เวลาเดินขาก็แบะออกเล็กน้อย
แม้เขาจะไม่ใช่คนหน้าตาดี แต่ดวงตาคมลึกเปี่ยมไหวพริบ อีกทั้งยังดูเฉียบขาด ร่างกายจึงแผ่กลิ่นอายแข็งกร้าวดุดันของชายชาตรีออกมาจริง ๆ
เขาวางปลอกผ้านวมกับผ้าปูที่นอนในมือลง แล้วถามว่า
“เถ้าแก่เนี้ยมีอะไรจะสั่งหรือเปล่าครับ บอกมาได้เลย ผมจะจัดการงานให้เรียบร้อยแน่นอน”
“เดาถูกแล้ว ฉันมีเรื่องอยากบอกเธอจริง ๆ” แก้มของเฉินม่านอวี้แดงระเรื่อขึ้น เธอมองเขาพลางลดเสียงลงจนแทบเป็นกระซิบ “คืนนี้วันเกิดฉัน ไม่ได้เชิญใครหรอก ที่จริงฉันไม่ได้มองเธอเป็นลูกจ้าง แต่มองเป็นเพื่อน เลยอยากชวนมาอยู่เป็นเพื่อนฉันในวันเกิดคืนนี้ เธอคงไม่ปฏิเสธใช่ไหม?”
อะไรนะ?
วันเกิดเหรอ?
หานเสี่ยวหู่ยิ้มแล้วตอบว่า
“ได้สิครับ สามีคุณก็คงมาด้วยใช่ไหม?”
“เขาไปต่างเมือง สองวันนี้คงไม่กลับมา มีแค่เราสองคน” ระหว่างพูด เฉินม่านอวี้ก็ยกมือปัดผมไปด้านหนึ่งเบา ๆ ลำคอระหงขาวผ่องสะดุดตาเป็นพิเศษ
ผู้หญิงในเมืองคุนแต่งตัวเก่งจริง ๆ ภายนอกดูเร่าร้อนเปิดเผย ต่างจากผู้หญิงในชนบทบ้านเกิดของเขาราวฟ้ากับเหว
ลูกกระเดือกของหานเสี่ยวหู่ขยับขึ้นลงโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะพยักหน้ารับ
“ได้ครับ ตามจริงผมควรสั่งเค้กให้คุณสักก้อน ขอบคุณที่คอยดูแลผมมาตลอด”
แววตาของเฉินม่านอวี้เปี่ยมด้วยความยินดี
“สั่งเค้กไว้แล้ว เธอแค่ไปก็พอ...”
แต่ยังไม่ทันพูดจบ ประตูก็ถูกถีบเปิดดังปัง กระแทกเข้ากับกำแพงแล้วเด้งกลับไปมาหลายครั้งกว่าจะหยุด
ตึง ตึง ตึง...
“นังแพศยา! เฉินม่านอวี้ นังแพศยา แกกล้านอกใจฉันเหรอ!”
ชายที่พังประตูบุกเข้ามาคือจ้าวเหลย สามีของเฉินม่านอวี้
จ้าวเหลยโกรธจัดจนเนื้อแก้มกระตุก สายตาของเขาราวกับอยากฆ่าหานเสี่ยวหู่ให้ตายในคราวเดียว
หานเสี่ยวหู่ใจหายวาบ
แย่แล้ว เข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้ว!
เฉินม่านอวี้ตกใจเพียงชั่วครู่ จากนั้นก็กลับมาสงบนิ่งอย่างรวดเร็ว เธอหันไปเผชิญหน้ากับจ้าวเหลย แล้วพูดเน้นทีละคำ
“จ้าวเหลย อย่ามาใส่ร้ายกันได้ไหม ฉันแค่จะชวนเสี่ยวหู่มาฉลองวันเกิดด้วยคืนนี้ แต่นายถึงกับส่งคนมาจับตาดูฉันเลยเหรอ?”
จ้าวเหลยตะคอกอย่างเดือดดาล
“ช่วงนี้แกเย็นชากับฉันขึ้นทุกวัน ฉันก็ต้องระแวงแกไว้ก่อนอยู่แล้ว ไม่แปลกใจเลยที่โรงแรมอื่นรับแต่พนักงานหญิง แต่นี่แกกลับจ้างไอ้ขี้คุกกระจอก ๆ มา ที่แท้ก็คิดจะสวมเขาให้ฉันมานานแล้ว!”
“หุบปาก!” เฉินม่านอวี้ไม่หวั่นแม้แต่น้อย เธอสวนกลับตรง ๆ “ห้ามพูดถึงเสี่ยวหู่แบบนั้น เรื่องระหว่างเราสองคนไม่เกี่ยวกับเขา ที่บอกว่าฉันเย็นชา นายลองคิดดูบ้างไหมว่าตัวเองเป็นคนยังไง นอกจากทำฉันเปียกไปทั้งตัวแล้ว นายยังทำอะไรได้อีก? หลายปีมานี้ ฉันยังสาวยังสวย แต่ใช้ชีวิตไม่ต่างจากแม่ม่ายผัวตาย!”
อะไรนะ?
พอได้ยินคำพูดนี้
หานเสี่ยวหู่ก็เข้าใจทันที
มิน่าเมื่อครู่เฉินม่านอวี้ถึงพูด ๆ หยุด ๆ ที่แท้จ้าวเหลยซึ่งดูตัวใหญ่บึกบึนกลับเป็นไอ้นกเขาไม่ขันหรอกเหรอ?
น่าเสียดายจริง ๆ!
เขาอดรู้สึกแทนเฉินม่านอวี้ไม่ได้ ผู้หญิงสวยขนาดนี้ดันต้องมาเจอสามีแบบนั้น ไม่ต่างจากมีชีวิตอยู่เพื่อรับทุกข์ชัด ๆ
“เฉินม่านอวี้ เป็นแกเองที่ไม่ใส่ใจฉัน เมื่อก่อนฉันยังปกติดี ช่วงหลายปีมานี้ที่ฉันไม่มีอารมณ์ก็เพราะแกเย็นชากับฉัน!”
“ยังกล้าพูดอีกเหรอ ทำไม่ได้ก็คือทำไม่ได้ ยังจะใช้วิธีต่ำช้ายิ่งกว่าสัตว์มารังแกฉันอีก ฉันทนแกมาพอแล้ว ถ้าไม่พอใจก็ไปหย่ากันตอนนี้เลย!”
จ้าวเหลยแค่นเสียงเย็นชา
“ฝันไปเถอะ อยากหย่ากับฉันก็เลิกคิดไปได้เลย!”
“จ้าวเหลย นายมันเหลือทนจริง ๆ” เฉินม่านอวี้เถียงไปเถียงมา ขอบตาก็แดงก่ำ ยิ่งทำให้เธอดูอ่อนแอน่าสงสาร
ผัวเมียทะเลาะกัน หานเสี่ยวหู่ก็ไม่สะดวกแทรก จึงยืนนิ่งอยู่กับที่
แต่แล้วจ้าวเหลยก็หันความโกรธมาลงที่เขาทันที
“หานเสี่ยวหู่ ไอ้ขี้คุกกระจอก แก ไสหัวออกจากโรงแรมไปเดี๋ยวนี้!”
หานเสี่ยวหู่ก็เดือดขึ้นมาทันที เขากำหมัดแน่น
“เถ้าแก่จ้าว ช่วยระวังคำพูดหน่อย ผมกับภรรยาคุณบริสุทธิ์ใจ ไม่เคยทำเรื่องลับหลังใคร ถ้ายังด่าผมอีก ก็อย่าหาว่าผมไม่เกรงใจ!”
จ้าวเหลยกระชากไหล่เขา มุมปากเบี้ยวไปด้านหนึ่งอย่างเยาะเย้ย
“แกมันก็แค่ไอ้ขี้คุกกระจอก ยังอยากกลับเข้าไปอีกรอบหรือไง? ลองแตะฉันแม้แต่ปลายนิ้วดูสิ ฉันแค่พูดคำเดียวด้วยเส้นสายในเมืองคุนของฉัน แกก็ได้ติดคุกจนตายแน่!”
“ลองด่าอีกคำสิ ดูซิว่าฉันกล้าทำอะไรแกไหม!” เส้นเลือดฝอยแดงฉานผุดขึ้นในดวงตาของหานเสี่ยวหู่ทันที
ถ้าไม่ใช่เพราะเรียนรู้ที่จะอดทนตอนอยู่ในคุก เขาคงตบอีกฝ่ายหน้าหันไปนานแล้ว
ตอนนั้น
หลังเรียนจบมัธยมปลาย เขาคบหากับแฟนสาวชื่อเหยาลี่เยี่ยน แต่ระหว่างที่เหยาลี่เยี่ยนทำงานพิเศษในสถานบันเทิงคาราโอเกะ เธอถูกนักเลงสามคนตามตอแย จนเกือบเสียความบริสุทธิ์
เขาโกรธจนคุมตัวเองไม่อยู่ จึงใช้ท่อเหล็กทำร้ายนักเลงทั้งสามคน หนึ่งในนั้นซี่โครงหักถึงสามซี่
หลังจากใช้แรงงานในคุกสองปี เขาก็พ้นโทษและกลับบ้าน ก่อนจะรู้ว่าครอบครัวของเหยาลี่เยี่ยนย้ายมาอยู่เมืองคุนกันหมดแล้ว
สิ่งที่ทำให้เขากลุ้มใจมากคือระหว่างที่เขาติดคุก เหยาลี่เยี่ยนไม่เคยมาเยี่ยมเขาเลยแม้แต่ครั้งเดียว
เขาเดินทางมาตามลำพังยังเมืองคุน มหานครทางตะวันตกเฉียงใต้ ก็เพราะอยากตามหาเหยาลี่เยี่ยนแล้วถามให้รู้เรื่องว่าทำไมเธอถึงใจร้ายกับเขาขนาดนั้น
เขาต้องติดคุกนานกว่าสองปีก็เพราะเธอแท้ ๆ!
จ้าวเหลยได้ใจเพราะมีเส้นสาย ถึงกับชกเข้าที่อกของหานเสี่ยวหู่ แล้วยังด่าพลางยิ้มเยาะอย่างได้ใจ
“ทำไม ไอ้กระจอกอย่างแกยังไม่ยอมรับอีกเหรอ? เชื่อไหมว่าฉันหาคนมาจัดการแกให้ตายได้ในพริบตา ไปถามคนในเมืองคุนดูสิ ตอนฉันเริ่มคบค้าสมาคมกับพวกนักเลง แกยังใส่กางเกงเปิดก้นอยู่เลย!”
แต่หมัดนั้นสำหรับหานเสี่ยวหู่แล้ว แทบไม่ต่างจากเกาให้คัน
“แม่งเอ๊ย!” หานเสี่ยวหู่ทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาเงื้อหมัดเตรียมสวนกลับ
แต่เฉินม่านอวี้ไหวตัวเร็ว รีบผลักจ้าวเหลยออกแล้วขวางหานเสี่ยวหู่ไว้
“เสี่ยวหู่ เขามันก็แค่ไอ้สารเลว อย่าไปถือสาเลย โรงแรมนี้เขาเป็นคนเปิดให้ฉันจริง ๆ ในเมื่อเขาไม่อยากให้อยู่ งั้นเธอก็ไปเถอะ เดี๋ยวฉันคิดค่าแรงให้”
ขณะพูด เธอส่งสายตาเป็นสัญญาณให้หานเสี่ยวหู่
แววตานั้นเป็นสายตาของผู้หญิงที่กลัวผู้ชายจะเกิดเรื่อง ความห่วงใยในดวงตาของเธอมีหรือที่หานเสี่ยวหู่จะมองไม่ออก
หานเสี่ยวหู่กัดฟัน พยายามข่มความโกรธที่พลุ่งพล่านอยู่ในอกลง
เขาไม่พูดอะไรอีก รีบกลับไปชั้นสาม เก็บข้าวของส่วนตัวใส่กระเป๋าเดินทาง แล้วเดินออกจากโรงแรมไปอย่างรวดเร็ว
ทันทีที่เขาเดินพ้นประตูโรงแรม เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
พอเปิดดู ก็เห็นว่าเฉินม่านอวี้ส่งข้อความมา
【เสี่ยวหู่ อีกหนึ่งชั่วโมงมาที่บ้านพักตากอากาศเยียนอวี่เจียงหนาน อาคาร 19 ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอต้องเสียเปรียบเพราะฉันเปล่า ๆ หรอก】
คำใบ้นี้ชัดเจนพอแล้ว
ฮ่า ๆ
ความโกรธของหานเสี่ยวหู่เมื่อครู่มลายหายไปกว่าครึ่งทันที
“จ้าวเหลย ถ้าฉันไม่สวมเขาให้แกเป็นชิ้นเป็นอัน ฉันก็ไม่ใช่หานเสี่ยวหู่แล้ว!”
