ตู้เฟิงเจ๋อก้มหน้ารีบหลบสายตาฉินเจาซีไป
เขากลัวคุณหนูรองฉินเหลือเกิน พอเห็นเขาอีกเดี๋ยวจะนึกถึงเรื่องงานเลี้ยงวันเกิดครั้งก่อน แล้วซัดเขาอีกรอบ
สายตาฉินเจาซีชะงักไปบนใบหน้าตู้เฟิงเจ๋อ กวาดผ่านไป แล้วไปตกอยู่ที่บุรุษทางขวามือของเขา
บุรุษผู้นั้นสวมเสื้อผ้าผ่าหน้าตรงตัดจากผ้าไหมหังโจวสีขาวเดือน รูปร่างสูงเด่นหล่นกว่าใคร เหนือกว่าคนอื่นไปหลายส่วน หน้าตากับแค่พอได้ชื่อว่าละม่อม
แต่สีหน้าดูละเหี่ย ตามีริ้วเลือดไต่ยึกยัก
ทั้งยังมีสีแดงก่ำแห่งความหมองหม่นลอยเด่นออกมา เค้าผู้ถูกเหล้าและสตรีสูบเรี่ยวแรงจนสิ้น ดูซูบโทรมเด่นชัด
ฉินเจาซีกวาดตามองคนผู้นี้ พลางหันไปถามสตรีคิ้วใบหลิ่วว่า “คนตัวสูงนี่เป็นคู่หมั้นของเจ้างั้นรึ”
สตรีคิ้วใบหลิ่วหน้าแดงซ่านขึ้นมาทันที เอื้อนเอ่ยตะกุกตะกักว่า “เจ้าถามทำไม”
เยี่ยนจือที่อยู่ข้าง ๆ ได้ยินอาซีถามเช่นนั้น ก็กระปรี้กระเปร่าขึ้นในพลัน
หันไปคุยซุบซิบกับโหยวเนี่ยนจวินข้าง ๆ ว่า “เนี่ยนจวิน เจ้าว่าอาซีจู่ ๆ เอ่ยถึงคู่หมั้นของเซิ่งฟางฉิงทำไม”
โหยวเนี่ยนจวินตอบเสียงต่ำว่า “หรือว่าคู่หมั้นคู่นี้ของนางจะมีปัญหากระไรด้วย”
อย่างไรก็ตาม เถาเจิ้งที่ถูกอาซีจัดการไปเมื่อครู่ เป็นคู่หมั้นที่มีปัญหาใหญ่อย่างแน่นอนไม่มีผิด
เห็นชัดว่าทั้งสองยังรู้จักคู่หมั้นคู่นี้ด้วย
คนในแวดวงนี้ ล้วนเป็นบุตรหลานจากจวนป๋อหรือจวนโหวในเมืองหลวงแทบทั้งสิ้น
อันล้วนเป็นตระกูลขุนนาง มีบรรดาศักดิ์จากความดีความชอบในการรบหรือการปกครองสืบทอดต่อกันมา
ส่วนเยี่ยนจือและโหยวเนี่ยนจวินนั้นเป็นตระกูลขุนนางเก่าหรือขุนนางทั่วไปมากกว่า
