ฉินเจาซีครุ่นคิดชั่วครู่แล้วกล่าวว่า "ท่านใต้เท้า ข้าคือคุณหนูรองฉินแห่งจวนซุ่นหยางโหว มีความรู้ด้านศาสตร์พยากรณ์อยู่บ้าง
ที่มาวันนี้ ก็เพื่อขอยืมของใช้ประจำของทั้งสองท่านมาทำพิธีเรียกวิญญาณ หากมีโลหิตของญาติสายตรงเป็นตัวนำทาง ก็จะยิ่งสำเร็จง่ายขึ้น"
ท่านเจ้าเมืองเซียวแววตาหนักอึ้ง "คุณหนูรองฉินหมายความว่า ท่านไม่รู้ว่าอาอวี้และเซียงเหนียงถูกทำร้ายเช่นไร เป็นเพียงการคาดเดากระนั้นหรือ? บัดนี้ต้องการจะทำเยี่ยงแม่หมอทรงเจ้าทำพิธีเชิญวิญญาณ เรียกดวงวิญญาณของทั้งคู่มาถามไต่สวนอย่างนั้นหรือ?"
"ไม่ใช่" ฉินเจาซีสีหน้าสงบนิ่ง "ข้าทราบว่าพวกเขาถูกทำร้ายแล้ว เพียงแต่ไม่เห็นวิญญาณของทั้งคู่ ณ สถานที่เกิดเหตุ และไม่พบอยู่ข้างกายฆาตกร พวกท่านทราบหรือไม่ว่า..."
นางกล่าวมาถึงตรงนี้ก็ชะงักไปเล็กน้อย เหลือบมองหลิวซื่อแวบหนึ่ง แล้วจึงถอนหายใจกล่าวต่อ
"ผู้ที่ถูกทรมานสังหารอย่างเลือดเย็นขณะยังมีสติ เมื่อตายไปแล้วดวงวิญญาณจะไม่มีวันกลับสู่แดนมรณะ แต่จะวนเวียนอยู่ ณ สถานที่เกิดเหตุ หรือติดตามฆาตกรเพื่อรอวันล้างแค้น
แต่ข้าตามหาไปทั่วทุกที่เกิดเหตุ กระทั่งข้างกายฆาตกร กลับไม่พบแม้แต่เงาของดวงวิญญาณทั้งสอง
หน้าซ้ำทั่วทั้งอำเภอหลินซีก็ไม่เห็นดวงวิญญาณสักดวง นับเป็นเรื่องผิดปกติยิ่ง
ด้วยเหตุนี้จึงอยากลองทำพิธีเรียกวิญญาณเพื่อสืบหาร่องรอย และถือโอกาสช่วยปลดเปลื้องปมกรรมแทนพวกเขาทั้งสอง"
หลิวซื่อได้ฟังว่าบุตรชายและบุตรสะใภ้ถูกทรมานสังหาร ก็รู้สึกราวกับถูกมีดกรีดกลางหัวใจอย่างแรง เจ็บปวดเสียดแท่นจนหายใจไม่ออก
ท่านเจ้าเมืองเซียวสังเกตเห็นสีหน้าหลิวซื่อซีดขาว
"ฮูหยิน..." ท่านเจ้าเมืองเซียวกุมมือนาง น้ำตาอาบแก้ม
หลิวซื่ออ้าปากกว้าง ในที่สุดก็เปล่งเสียงร่ำไห้สุดจะกลั้น
