นายเวรหลายนายหันมองไปทางคุณหนูรองฉิน
แววตาเต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้
ช่วงนี้เรื่องซุบซิบใหญ่ที่สุดในเมืองหลวงก็เกี่ยวข้องกับคุณหนูรองผู้นี้
ล้วนคาดว่าคุณหนูรองฉินที่อ้างความดีความชอบในสนามรบ ต้องไปใช้ชีวิตอยู่ในชนบทถึงแปดปี คงไม่ต่างอะไรกับหญิงชาวบ้านธรรมดา
ทว่ากลับมิได้เป็นดังที่คาดเดากันนัก
อีกทั้งยังได้ข่าวว่า พอนางกลับมาถึงจวน ก็ทำให้ประตูหน้าบ้านตัวเองพังเสียหาย
นายเวรไม่ได้มองนาน ก็รีบดึงสายตากลับ สองนายในนั้นให้เหอเซียงนำทางไปยังจุดที่ฝังซวงเอ๋อ
ส่วนอีกสองนายไปตรวจค้นที่พักของจูวั่นเหลียง
ฮูหยินผู้เฒ่าคิดจะห้ามปราม แต่ถูกโจวชื่อรั้งไว้ “ท่านแม่…”
การขัดขวางนายเวรปฏิบัติหน้าที่ หากเรื่องลุกลามใหญ่โต อาจถูกขุนนางตรวจการยื่นฎีกากล่าวโทษ ส่งผลกระทบต่ออนาคตของท่านโหวและบุตรชายคนโตของนาง แถมยังอาจลามไปถึงเฉิงอ๋อง
ยามนี้ได้แต่จำใจสละจูวั่นเหลียง
หลังเรื่องราวผ่านไป ค่อยหาทางเอาตัวเขาออกจากคุก
ไท่ฮูหยินฉินก็รู้แก่อยู่แก่ใจ นางกำลังกราดเกรี้ยวโกรธา!
นับแต่ตระกูลฉินเลื่อนยศเป็นโหวแล้วย้ายเข้าเมืองหลวง นางก็ไม่เคยได้รับความข่มเหงเช่นนี้ อีกทั้งยังเป็นฝีมือคนในบ้านตัวเอง
บ่าวไพร่กว่าครึ่งตามนายเวรไปยังคอกม้าร้างด้านโน้น
ผ่านไปหนึ่งเค่อ นายเวรก็ขุดพบโครงกระดูกเน่าเปื่อยในตำแหน่งที่เหอเซียงชี้
เหล่าคนรับใช้ร้องอุทานด้วยความตกใจระคนหวาดผวา
“ขุดพบศพจริงๆ ด้วย”
“นั่นคือซวงเอ๋อ ยังพอจำเค้าโครงหน้าได้ลางๆ”
“จูผู้ดูแลช่างใจไม้ไผ่สิ้นดี”
สาวใช้เล็กๆ บางคนเห็นศพของซวงเอ๋อ ก็อดไม่ได้ที่จะหลั่งน้ำตา
หากไม่ใช่เพราะคุณหนูรอง พวกนางไม่รู้ว่าเมื่อใดจะต้องกลายเป็นโครงกระดูกเช่นซวงเอ๋อ
ไม่นานนัก นายเวรอีกสองนายที่เหลือก็ค้นพบปิ่นปักผมลวดทองฝังขนนกกระเต็นประดับบุปผาเหมยในที่พักของจูวั่นเหลียง
สิ่งของชิ้นนี้แต่เดิมใช้สำหรับใส่ร้ายซวงเอ๋อ ไท่ฮูหยินฉินมอบให้จูวั่นเหลียงด้วยตนเอง กำชับให้เขาเก็บรักษาไว้ดีๆ ภายหลังหากเดินทางไกลจะได้หาที่ขายทิ้งเสีย
