ฝูเซวียนเอ่ยจบ สีหน้าก็เริ่มประหลาดพิกลอีกครา
เยี่ยนจือหายโกรธแล้ว ก้มศีรษะยอมรับผิด "ก็ได้ เป็นเพราะข้าอารมณ์ร้อนเกินไปหน่อย ไม่ควรทะเลาะกับเจ้า เนี่ยนจวิน"
โหยวเนี่ยนจวินก็เอ่ยขอโทษเช่นกัน "ข้าขออภัย ตัวข้าเองก็ไม่ดี ไม่ควรตัดสินคุณหนูรองฉินด้วยอคติที่มีมาก่อน"
"ก็ได้ ข้าให้อภัยเจ้าแล้ว" เยี่ยนจือกลับมาร่าเริงอีกครั้ง "อย่างไรเสีย อีกหน่อยเจ้าได้พบคุณหนูรองฉินก็จะชื่นชอบนางเช่นกัน"
เพียงแต่สิ่งที่เหล่าสาวน้อยคาดไม่ถึงก็คือ ในไม่ช้าพวกนางจะต้องไปพบคุณหนูรองฉินเสียแล้ว
โหยวเนี่ยนจวินเม้มริมฝีปาก แต่สุดท้ายก็อดกลั้นไว้
เยี่ยนจือถามขึ้นว่า "อาซวน เจ้าว่าเนี่ยนจวินมีเรื่องอะไรจะประกาศให้พวกเราฟังหรือ"
นางเพิ่งถามจบ ก็เห็นโหยวเนี่ยนจวินทำท่าเขินอายหยิบม้วนภาพหนึ่งออกมาจากในอก
นางยังค่อยๆ ยื่นม้วนภาพให้เยี่ยนจือและเจินหว่านถังดูอย่างระมัดระวัง
"พวกเจ้าดูให้ดีนะ ภาพนี้ยังไม่ได้ติดแกน ใช้เวลาไปหลายวันจึงวาดออกมา อย่าทำเสียเล่า ข้าวาดเสร็จก็คิดอยากจะเอามาให้พวกเจ้าดูเป็นคนแรก"
พอได้เห็นภาพที่โหยวเนี่ยนจวินหยิบออกมา สีหน้าของฝูเซวียนก็ยิ่งพิกลและหวาดหวั่น
เยี่ยนจือและเจินหว่านถังรู้ว่าโหยวเนี่ยนจวินเป็นสตรีผู้มีพรสวรรค์ วาดภาพก็เก่งกาจ ถนัดที่สุดคือภาพบุคคล ชอบวาดรูปคนหน้าตาดี และก็ชอบคนหน้าตาดี
นางก็เคยวาดภาพให้พวกนาง
ทั้งสองยังสงสัย มิใช่ว่ามีเรื่องจะประกาศหรือ
เหตุใดจึงเอาภาพวาดมาให้ดูเล่า
เข้าใจว่าโหยวเนี่ยนจวินคงวาดภาพบุคคลที่งดงามยิ่งออกมาอีกภาพ
ทั้งสองรับภาพมาอย่างระมัดระวัง คลี่ออกช้าๆ เห็นสิ่งที่วาดไว้ในภาพ ก็พลันชะงักไปก่อน เงยหน้ามองโหยวเนี่ยนจวิน เห็นนางยังเขินอายอยู่ ก็พากันสูดหายใจเฮือก
ทั้งสองหันไปมองฝูเซวียน อยากถามนางว่าภาพนี้มีความหมายอย่างไร สิ่งที่อยู่ในภาพคือสิ่งใด
ฝูเซวียนมีท่าทีสิ้นหวังราวกับไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อ
