บนโต๊ะอาหาร
เคอเคอเริ่มต้นด้วยการดื่มเหล้าขาวไปเกือบห้าเหลี่ยง แต่สาวน้อยคนนี้ยังคงสีหน้าไม่เปลี่ยน ไม่หอบหายใจ ฉินอวี่เห็นสาวน้อยทำงานเก่งขนาดนี้ จะไม่ดื่มเป็นเพื่อนก็คงไม่ได้ เขากับแมวเฒ่าจึงดื่มรวดเดียวติดกันสามแก้ว ส่วนฉีหลินบาดเจ็บจนดื่มเหล้าไม่ได้ ได้แต่นั่งมองตาปริบ ๆ อยู่ข้าง ๆ
เมื่อดื่มเหล้าผ่านไปสามรอบ อาหารผ่านไปห้ารส ทุกคนเริ่มมึนเมากันเล็กน้อย ฉินอวี่จึงยิ้มถามว่า “เคอเคอ ชื่อเต็มของเธอชื่ออะไรเหรอ”
“ฉันชื่ออวี่จิ่นเหนียน” เคอเคอเช็ดคราบมันตรงริมฝีปากแดงฉ่ำ แล้วตอบเสียงใส
ฉินอวี่ชะงักไป “ฟังดูเหมือนชื่อผู้ชายเลยนะ”
“ฟังเพราะดี แต่เอามาใช้กับผู้หญิงแล้วรู้สึกแปลก ๆ” แมวเฒ่าวิจารณ์อย่างเป็นเรื่องเป็นราว “โดดเด่นเกินไป ไม่ดี”
“นายรู้อะไรบ้าง” เคอเคอกลอกตาใส่ “คำว่าจิ่นในสมัยโบราณใช้บรรยายหยกงาม เอามาใส่ในชื่อคนแล้วดูสง่างาม กระชับ แถมยังมีความหมายดีด้วย”
“เขาไม่ค่อยมีความรู้หรอก เธออย่าไปถือสาเลย” ฉีหลินช่วยพูดให้
“ฉันดูออกแล้วว่าเขาเป็นคนไม่รู้หนังสือ” เคอเคอพยักหน้า
“ฉันกลับรู้สึกว่าชื่อนี้เหมาะกับเธอดีนะ” ฉินอวี่เอียงคอมองเคอเคอ “เธอเก่งกว่าผู้ชายหลายคนเสียอีก”
“ตรงไหนกัน” เคอเคอส่ายหน้า “ก็แค่รับช่วงต่อจากพ่อเท่านั้นเอง”
“ที่บ้านไม่มีผู้ชายเหรอ” แมวเฒ่าถาม
“มีสิ” เคอเคอคีบเนื้อแกะขึ้นมา พลางยิ้มตาหยี “แต่ผู้ชายเก่งสู้ฉันไม่ได้หรอก”
ทั้งสามคนชะงัก เคอเคอจึงเสริมอย่างขี้เล่นว่า “ล้อเล่นน่ะ พี่ชายทั้งสองของฉันรับผิดชอบงานอย่างอื่น ฮิ ๆ”
