เช้าวันรุ่งขึ้น ภายในที่พักรับประทานอาหาร ฉินอวี่กำลังกินอาหารเช้า พลางเหลือบมองแมวเฒ่าแล้วถามว่า “เมื่อคืนไปนอนที่ไหนมา?”
“จะไปนอนที่ไหนได้ล่ะ? ฉันกับเจ้าของที่นี่ต้องทนอยู่กันทั้งคืนในห้องโถงด้านหน้า” แมวเฒ่ากัดฟันด่า “ผู้หญิงคนนี้ใจร้ายจริง ๆ ไม่คิดจะทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน แล้วถอดเสื้อฉันทำบ้าอะไร?”
“คนอย่างนายน่ะสมควรโดนจัดการซะบ้าง” ฉินอวี่หัวเราะพลางด่า “คิดด้วยก้นก็รู้แล้วว่าเคอเคอเป็นคนแบบไหน ลูกสาวเจ้าผู้จัดหาสินค้า แถมยังฉลาดอีก จะมามีอะไรกับนายง่าย ๆ ได้ยังไง มันสมเหตุสมผลหรือไง?”
“ฉันนึกว่าเธอกำลังส่งสัญญาณให้ฉันบนโต๊ะเหล้า เข้าใจไหม?” แมวเฒ่าเหลือบตาตอบ “ฉันนึกว่ามันจะเป็นเรื่องฟืนแห้งเจอไฟลุก… เข้าใจไหม?”
“ไม่คิดว่าสุดท้ายจะกลายเป็นเรื่องไส้เดือนเจอลมหนาวสินะ?” ฉีหลินแทรกขึ้นมา
“เกินไปแล้วนะ ยังจะกินข้าวกันได้อีกไหม? พวกนายหมายความว่ายังไง?!” แมวเฒ่าเดือดขึ้นมา
“ฮ่าฮ่าฮ่า!”
ฉีหลินกับฉินอวี่หัวเราะจนตัวโยน ต่างชูนิ้วโป้งให้แมวเฒ่าเป็นการแสดงความเคารพอย่างจริงใจ
ทั้งสามคนพูดหยอกล้อกันจนกินอาหารเช้าเสร็จพอดี เคอเคอก็เดินเข้ามาด้วยใบหน้าเบิกบาน
พอเห็นเธอ แมวเฒ่าก็ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันทันที “โห มาเช้าจังนะ?”
“อรุณสวัสดิ์” เคอเคอยิ้มพลางพยักหน้า ก่อนหันกลับไปมองแมวเฒ่า “สุขภาพแข็งแรงจริง ๆ นะ หนาวขนาดนั้นยังไม่เป็นหวัดเลย”
“คุยกันไม่รู้เรื่อง ฉันออกไปสูบบุหรี่สักพักดีกว่า” แมวเฒ่าลุกขึ้นเดินออกไปทันที
“คิก ๆ” เคอเคอหัวเราะ “ฉันให้เจ้าของที่นี่ช่วยซักเสื้อผ้าของนายแล้ว ฉันเป็นคนจ่ายเงินเอง”