“แสงรุ้งนี่ เกิดจากมู่หรงหว่านใช่ไหม?”
ภายในสุสานผู้กล้า ลู่สวินมองเห็นแสงรุ้งเจ็ดสีบนฟากฟ้าเช่นกัน
นั่นทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะตั้งตารอ
มู่หรงหว่านกระตุ้นกายรัตนะแรกกำเนิดแล้ว การตอบแทนของระบบน่าจะกำลังมาถึงสินะ?
“พ่อ แม่ พวกคุณคอยดูนะ ลูกชายกำลังจะเทพแล้ว อีกหนึ่งเดือน ข้าต้องสอบเข้าเซวียเป่ยให้ได้!”
ลู่สวินกล่าวกับพ่อแม่ของตัวเอง
'เซวีย' คือ วิทยาลัยชิงซวี 'เป่ย' คือ มหาวิทยาลัยเป่ยโต่ว
แห่งหนึ่งเน้นเซียน อีกแห่งเน้นบู๊
นี่คือสองสำนักฝึกตนระดับสุดยอดของประเทศในปัจจุบัน เป็นความฝันชั่วชีวิตของนักเรียนนับไม่ถ้วน
พ่อแม่จากไปเร็ว ลู่สวินมีความทรงจำเกี่ยวกับพวกเขาไม่มากนัก
เขาจำได้แค่ว่า วันหนึ่งพ่อแม่ถามเขาว่าอนาคตจะเข้ามหาวิทยาลัยไหน ลู่สวินตอบว่าเซวียเป่ย
ตอนนั้นแม่ลูบหัวเขาอย่างเอ็นดู พูดว่า ลูกสวินของแม่ช่างทะเยอทะยานจริงๆ
ตั้งแต่ตอนนั้น ลู่สวินก็ปักธงจะสอบเข้าเซวียเป่ยให้ได้
เพียงแต่ ยิ่งโตขึ้น ลู่สวินก็ยิ่งรู้ว่าเรื่องนั้นเป็นไปไม่ได้
จนกระทั่งตอนนี้ ลู่สวินได้เห็นความหวังแล้ว
นี่ก็เป็นเหตุผลว่า ทำไมเขาถึงมาที่นี่
เขาอยากให้ดวงวิญญาณพ่อแม่บนสวรรค์ ได้เป็นพยานในการเปลี่ยนแปลงของเขาด้วยตาตัวเอง
【มู่หรงหว่านกระตุ้นกายรัตนะแรกกำเนิดสำเร็จ โฮสต์ได้รับการตอบแทน 10 เท่า ได้รับกายเทพวุ่นวายบรรพกาล】
ในหัว เสียงระบบดังขึ้น
การตอบแทนครั้งแรกของระบบมาถึงแล้ว เปลี่ยนกายรัตนะแรกกำเนิดของมู่หรงหว่านเป็นกายเทพวุ่นวายบรรพกาลที่เจ๋งกว่าโดยตรง!
“ร้อนจัง...”
พร้อมกับการมาถึงของกายเทพวุ่นวายบรรพกาล ภายในร่างกายลู่สวินเกิดการเปลี่ยนแปลงพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน
ภายในกายของเขา ราวกับกลายเป็นความวุ่นวายบรรพกาลผืนหนึ่ง
จากนั้น ฟ้าดินเริ่มก่อเกิด สายเลือดหลั่งไหลราวกับแม่น้ำดาราเทลงมา เซลล์นับพันล้านแตกกระจายกลายเป็นเนบิวลาแรกเริ่มของบรรพกาล
จักรวาลแล้วจักรวาลเล่าผุดพรายขึ้นจากความวุ่นวายบรรพกาล
มองดีๆ จะพบว่า ที่ไหนคือจักรวาล นั่นมันคือเซลล์แต่ละเซลล์ต่างหาก
ราวกับว่าแต่ละเซลล์ในร่างกาย ต่างกลายเป็นเอกภพอิสระ
“เชี่ย โคตรเทพ!”
การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้ ทำให้ลู่สวินตื่นตะลึงพร่าพราย ต้องตะโกน 666 จากใจ
“เพื่อน เธอไม่เป็นไรนะ?”
“อย่ารบกวนเขาเลย เขามาทุกปี”
ยามเฝ้าสุสานสองคนลาดตระเวนมาถึงตรงนี้ เห็นลู่สวินยืนนิ่งไม่ไหวติง ก็ไม่ได้รบกวนเขา แอบเดินจากไปเงียบๆ
พวกเขาเพิ่งจากไป บนศีรษะของลู่สวินมีไอหมอกลอยขึ้น กลายเป็นม่านหมอกบางๆ
บัวเขียววุ่นวายบรรพกาลบานสะพรั่งออกมา
เหนือขึ้นไป ตะวันดวงหนึ่งค่อยๆ ปราฏขึ้น
นี่คือ บัวบรรพกาลพยุงอรุโณทัย!
อีกหนึ่งปรากฏการณ์พิศวง!
เพียงแต่ ปรากฏการณ์นี้ไม่รู้ทำไมถึงถูกจำกัดอยู่ในบริเวณรอบตัวลู่สวิน ไม่ได้ก่อให้เกิดความเคลื่อนไหวมากมายนัก
หนึ่งชั่วโมงกว่าๆ ต่อมา
ลู่สวินลืมตาขึ้น
วินาทีที่เขาลืมตา ในดวงตาเหมือนบรรจุด้วยแม่น้ำดาราเต็มนภา จักรวาลไร้สิ้นสุด
ประกายพิเศษนั้นเพียงวาบเดียวก็หายไป
ลู่สวินเมื่อมองดู ยังคงเป็นเด็กหนุ่มหน้าตาสะสวยธรรมดาๆ คนหนึ่ง
เหมือนไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ
แต่แท้จริงแล้ว การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงของลู่สวิน ไม่ต่างอะไรกับการเปลี่ยนฟ้าเปลี่ยนดิน
“ทำไมไม่มีปรากฏการณ์?”
ลู่สวินเงยหน้ามองฟ้า อดสงสัยไม่ได้
กายรัตนะแรกกำเนิดของมู่หรงหว่านยังทำให้เกิดปรากฏการณ์ฟ้าดินทั่วทั้งเมือง กายเทพวุ่นวายบรรพกาลของเขาเจ๋งกว่า ทำไมไม่มีปรากฏการณ์?
【กายเทพวุ่นวายบรรพกาลเป็นหนึ่งในกายหยั่งชั้นสูงสุดแห่งฟ้าดิน สามารถรองรับพลังหลากหลาย เปิดเส้นชีพจรวุ่นวายได้】
【สรรพสิ่งล้วนมีกำหนดแน่นอน เว้นแต่โฮสต์คือ “หนึ่งที่หลุดลอย” ดังนั้นก่อนแข็งแกร่งพอ ห้ามโฮสต์ฝึกฝนด้วยตนเอง มิฉะนั้นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจะสะเทือนดวงดารา ดึงดูดภัยพิบัติ】
【ได้ปิดบังชะตาลิขิตให้โฮสต์โดยอัตโนมัติแล้ว】
ลู่สวินเข้าใจแล้ว
ที่แท้ระบบปิดบังชะตาลิขิตไว้ ถึงว่าทำไมไม่มีปรากฏการณ์ฟ้าดิน
แต่
ห้ามฝึกฝนด้วยตนเองเนี่ยนะ!
แล้วข้าจะมีกายเทพวุ่นวายบรรพกาลนี้ไปทำอะไร?
คิดอีกที ลู่สวินรู้สึกว่าแบบนี้ก็ไม่เลว
ก็ผูกมัดมู่หรงหว่านผ่านระบบตอบแทนแล้วนี่
เรื่องการฝึกฝนที่ทั้งลำบากแสนสาหัสและเปลืองเงินมหาศาลนี่ ก็ยกให้เธอแล้วกัน
ยังไงซะ การฝึกฝนของเธอก็จะตอบแทนให้เขา 10 เท่า
ตัวเองนอนเอกเขนกสบายๆ แล้วแข็งแกร่งขึ้น มีอะไรไม่น่าสุขเล่า
“ยังมีเวลาอีกหนึ่งเดือน... มู่หรงหว่านจะเปิดชีพจรได้ไหมนะ?”
ทันใดนั้น ลู่สวินก็อดกังวลไม่ได้
เหลืออีกแค่ 31 วันก็จะถึงการสอบใหญ่ระดับประเทศ
อยากสอบเข้าเซวียเป่ยได้ ก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัยต้องเปิดสามชีพจร นี่เป็นข้อกำหนดตายตัว
ถ้าเปิดทุกชีพจร ไม่ว่าผลสอบอื่นเป็นอย่างไร ไม่ว่ากำลังเรียนอยู่ชั้นไหน ก็สามารถถูกเซวียเป่ยรับเข้าโดยตรง
ถ้าสามารถเปิดเส้นลมปราณประหลาดแห่งฟ้าดินได้สักเส้นหนึ่ง เช่น เส้นลมปราณเผาฟ้า เส้นปราณวิญญาณน้ำแข็ง อาจารย์ฝ่ายรับสมัครของเซวียเป่ยจะตีกันแย่งตัวเธอเลยทีเดียว
แม้แห่งหนึ่งจะเน้นเซียน อีกแห่งเน้นบู๊ แต่สองสถาบันชั้นนำต่างก็รุกเข้าไปในเขตแดนของอีกฝ่าย ทุกปีการสอบเข้ามหาวิทยาลัยจะแย่งชิงอัจฉริยะกันอย่างดุเดือดเป็นพิเศษ
“กายรัตนะแรกกำเนิดเทพงี้ ตระกูลมู่หรงก็เป็นตระกูลใหญ่ มีเงินถมไป... เวลาหนึ่งเดือน น่าจะไม่มีปัญหา”
ครุ่นคิดพักหนึ่ง ลู่สวินก็วางความกังวลลง
กังวลไปก็เปล่าประโยชน์
ในเมื่อเปล่าประโยชน์ ก็อย่ากังวลดีกว่า
ลู่สวินหยิบมือถือขึ้นมาดู ในโลกออนไลน์เต็มไปด้วยการพูดคุยถึงปรากฏการณ์ฟ้าดินเมื่อหลายชั่วโมงก่อน
เรื่องที่ปรากฏการณ์ฟ้าดินเกิดจากมู่หรงหว่าน สาวงามอันดับหนึ่งของเมืองหรงเฉิง และตระกูลมู่หรงมีอัจฉริยะเหนือธรรมดาถือกำเนิดแล้ว ได้แพร่สะพัดออกไปแล้ว
“แม่จ้าว สวรรค์ช่างไม่ยุติธรรมเกินไปแล้ว ให้มู่หรงหว่านเปิดประตูหนึ่งบาน แถมยังเปิดหน้าต่างตามไปอีก”
“แค่หน้าต่างที่ไหนกัน ขนาดเฟอร์นิเจอร์กับเครื่องใช้ไฟฟ้ายังจัดให้ครบเลย”
“ว่าแต่ ตอนเกิดปรากฏการณ์เมื่อกี้ ฮัสกี้บ้านข้าโค้งคำนับฟ้าสามที ตอนนี้โวยวายจะบำเพ็ญเซียน ขอถามหน่อยว่าอย่างนี้ถือเป็นอุบัติเหตุจากการทำงานไหม? ขอเรียกร้องค่าเสียหายจากมู่หรงหว่านได้เปล่า?”
“มีใครรู้บ้างว่าเกิดอะไรขึ้นกับมู่หรงหว่าน ไม่ใช่ว่าเธอใกล้ 25 แล้วยังเปิดชีพจรไม่ได้หรอกเหรอ ทำไมจู่ๆ กลายเป็นอัจฉริยะเหนือธรรมดาไปได้?”
“ให้ข้าแต่งกับมู่หรงหว่านเถอะ ข้าจะยอมเลย อยากขับรถหรูอยู่บ้านหรูกินอาหารเลิศรสทุกวัน”
“ใครปัสสาวะสีเหลืองจัด ฉี่ปลุกมันที”
บนแพลตฟอร์มโซเชียลและกลุ่มแชทต่างๆ ชื่อของมู่หรงหว่านถูกพูดถึงท่วมท้น
เพียงชั่วข้ามคืน มู่หรงหว่านกลายเป็นคนที่โด่งดังที่สุดทั่วภาคตะวันออก
ไม่มีใครรู้ว่า เบื้องหลังนั้น ยังมีอัจฉริยะเหนือธรรมดาที่พิสดารยิ่งกว่าถือกำเนิดขึ้น
“แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน”
ลู่สวินเก็บมือถือ
“พ่อ แม่ ลูกไปแล้วนะ รอสอบใหญ่เสร็จ ลูกจะมาเยี่ยมพวกคุณอีก”
กล่าวลาพ่อแม่ของตัวเองแล้ว ลู่สวินก็หมุนตัวจากไป
“ว้าว ได้ยินว่าชิงซวีกงกับเป่ยโต่วเตี้ยนต่างก็ส่งผู้อาวุโสไปแย่งตัวมู่หรงหว่านแล้วนะ”
“ชิงซวีกงกับเป่ยโต่วเตี้ยน? นั่นมันสุดยอดอำนาจที่ติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลกเลยนะ!”
“มู่หรงหว่านนี่กำลังจะทะยานฟ้าแล้ว!”
ข่าวบนโลกออนไลน์มักจะทันเหตุการณ์ที่สุดเสมอ
ลู่สวินยังเดินไม่พ้นสุสานผู้กล้า ก็มีข่าวใหม่ออกมาแล้ว
ชิงซวีกงกับเป่ยโต่วเตี้ยนคืออำนาจเบื้องหลังวิทยาลัยชิงซวีและมหาวิทยาลัยเป่ยโต่ว ทั้งคู่เป็นสุดยอดอำนาจที่มีภูมิหลังของทางการ เต็มไปด้วยผู้แข็งแกร่งมากมาย
หลังจากยุคบู๊สูงมาถึง วัฒนธรรมตะวันออกเบ่งบานเต็มที่ ผู้คนนิยมใช้ชื่อคลาสสิกในประวัติศาสตร์มาตั้งชื่อโรงเรียนและอำนาจ
“มู่หรงหว่านนี่เทพจริงๆ”
ลู่สวินคิดถึงหญิงงามล่มเมืองผู้นั้น ก็อดยิ้มน้อยๆ ไม่ได้
เขาย่อมไม่ริษยามู่หรงหว่าน
ตรงกันข้าม ลู่สวินยิ่งอยากให้มู่หรงหว่านเทพ
ยังไงซะ ไม่ว่ามู่หรงหว่านจะเทพแค่ไหน เขาลู่สวินก็ยังคงเก่งกาจกว่าเธอเสมอ