“ติ๊ง ๆ ๆ~”
“ตูม~”
การต่อสู้ดุเดือดผิดปกติตั้งแต่เริ่มต้น
ลู่สวินใช้กระบี่เหินเป็นหลัก เสริมด้วยกระบี่ลมปราณ พลังพิเศษแห่งจุดลมปราณเปิดเต็มกำลัง เข้าต่อสู้กับหวังเฟิง
“อัจฉริยะอะไรกัน ก็แค่นี้!”
หลังประมือจริง หวังเฟิงมั่นใจขึ้นมาก
แม้ว่ากระบี่เหินของลู่สวินจะคุกคามเขาอย่างยิ่ง แต่ก็ยังไม่ร้ายแรงถึงขั้นรับมือไม่ได้
กระบี่เหินเหล่านี้ หวังเฟิงสามารถปัดป้องได้ทั้งหมด
กระบี่ลมปราณของลู่สวินมีเจตจำนงกระบี่แฝงอยู่ แต่เจตจำนงกระบี่ระดับจุลยังห่างไกลจากเจตจำนงดาบของเขาผู้เป็นยอดเซียน การคุกคามต่อเขายังไม่เท่ากระบี่เหิน
แน่นอนว่าหวังเฟิงไม่ได้มองลู่สวินเป็นพวกมีดีแต่ชื่อ
อายุยังน้อย แต่คุกคามเขาได้ จะประมาทได้อย่างไร
สิ่งที่เขาระวังอยู่ตอนนี้ ส่วนใหญ่คือไม้ตายของลู่สวินที่ใช้สังหารเผ่าเงาขั้นห้า
แต่ถึงจะเป็นขั้นห้า ใครบ้างจะไม่มีไม้ตายติดตัว?
ไม้ตายจะมีอานุภาพข่มขวัญสูงสุดก็ต่อเมื่อยังไม่ได้ใช้
หากใช้แล้วแต่ไม่ได้ผลตามที่คาด ไม้ตายนั้นก็ไร้ค่า
การต่อสู้ระหว่างขั้นห้ากับขั้นห้า มักเริ่มจากการใช้วิธีต่าง ๆ เพื่อบีบให้อีกฝ่ายใช้ไม้ตายก่อน
จากนั้นจึงตัดสินแพ้ชนะด้วยการโจมตีเดียว
ในระหว่างนี้ หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรู้สึกผิดปกติแล้วเลือกหนี การต่อสู้ครั้งนั้นก็อาจจบลง
อันที่จริง ก่อนหน้านี้ลู่สวินก็ใช้กลยุทธ์นี้
หลังจากที่ชาวเผ่าเงาใช้ไม้ตายจนเกือบหมด จึงใช้คาถาเพื่อยุติการต่อสู้ทีเดียว
เพียงแต่ไม่คิดว่าวิชาสังหารร้อยเงาของชาวเผ่าเงาจะรับมือยากถึงเพียงนั้น
ในการต่อสู้ อาจเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้เสมอ
หวังเฟิงในฐานะปรมาจารย์วรยุทธ์ ไม่มีความสามารถรับมือยากแบบชาวเผ่าเงา
แต่ในด้านการปะทะตรง ๆ กลับเก่งกว่าชาวเผ่าเงา
ลู่สวินไม่รีบใช้ไม้ตายอย่างคาถา แต่ใช้กระบี่เหินกับกระบี่ลมปราณต่อสู้กับเขา
“ไอ้หนู แกมันก็แค่นี้!”
