“นั่นมันลู่สวินไม่ใช่เหรอ?”
ที่วิทยาลัยชิงซวี
ฉู่โย่วฉิงบังเอิญเห็นไลฟ์สตรีมของชาวเมืองถงคนหนึ่ง
ในฐานะผู้ฝึกตน ปกตินางไม่ค่อยใช้เวลากับโลกออนไลน์เท่าไร
แต่ช่วงไม่กี่วันมานี้ นางกำลังรอเข้าไปในสะพานสายรุ้ง อีกทั้งภัยแมลงยิ่งทวีรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ฉู่โย่วฉิงจึงหันมาใส่ใจข่าวสารในโลกออนไลน์มากขึ้น
จนกระทั่งบังเอิญ นางเลื่อนไปเจอไลฟ์สตรีมที่เกี่ยวข้องกับลู่สวิน
ในฐานะแฟนสาวของลู่สวิน ฉู่โย่วฉิงมองแวบเดียวก็รู้ทันทีว่า นั่นไม่ใช่แผ่นหลังของลู่สวินหรือ?
“เขาออกไปข้างนอกได้ยังไงกัน!”
แม้ฉู่โย่วฉิงจะรู้สึกว่าลู่สวินในตอนนี้เท่สุด ๆ
ดาบเดียวเดี่ยว กั้นกระแสแมลงอันบ้าคลั่งแทนชาวเมืองถง
แต่นางก็เป็นห่วงลู่สวินมากกว่า
ลู่สวินบอกนางว่าอย่าออกจากวิทยาลัยชิงซวีเด็ดขาด แต่ตัวเองกลับวิ่งออกไป
ข้างนอกมันอันตรายแค่ไหนกัน
นี่ทำให้ฉู่โย่วฉิงจ้องไลฟ์สตรีมนั้นตาไม่กระพริบ หวาดกลัวว่าอาจมีแมลงรบที่ดุร้ายหรือคนต่างเผ่าพันธุ์เข้ามาจู่โจมลู่สวิน
โชคดีที่จนกระทั่งกระแสแมลงลดลง ทหารรักษาเมืองถงโดยความช่วยเหลือจากเหล่าผู้ฝึกตนก็ยึดกำแพงเมืองรอบนอกกลับคืนมา และเริ่มระดมอาวุธหนักหลากชนิดใส่กระแสแมลงอีกครั้ง ลู่สวินก็ไม่พบกับเหตุร้ายใด ๆ
“ทางนี้ไม่มีปัญหาแล้ว ไปกัน ไปเมืองเซวียน”
ทันทีที่วิกฤตของเมืองถงคลี่คลาย เหล่าผู้ฝึกตนมากมายก็เร่งรีบจากไป
ยังมีอีกหลายเมืองที่กำลังเผชิญอันตราย
ครั้งนี้ กรมยุทธ์เรียกอาสาสมัครมาได้ไม่น้อย พวกเขาแบ่งเหล่าอาสาสมัครออกเป็นหลายกลุ่ม แต่ละกลุ่มรับผิดชอบให้การสนับสนุนในทิศทางหนึ่ง
โดยกลุ่มอาสาสมัครที่ออกมาจากเมืองหลวงนั้นมีจำนวนมากที่สุดและก็เป็นกลุ่มที่แข็งแกร่งที่สุด
ส่วนเมืองใหญ่แห่งอื่น ๆ อย่างเซี่ยงไฮ้ เจียงเฉิง เป็นต้น ก็ส่งกลุ่มอาสาสมัครไปช่วยเหลือเมืองเล็ก ๆ โดยรอบเช่นกัน
“น้องชายสุดยอดไปเลย อายุยังน้อยแต่ก็เก่งกาจขนาดนี้ ต้องเป็นศิษย์จากโรงเรียนดังแน่เลยใช่ไหม?”
บนเรือเหาะ ผู้ฝึกตนขั้นสี่คนหนึ่งมาชวนลู่สวินพูดคุยด้วย
“อืม”
“ไม่แปลกใจเลย อิจฉาพวกนายจริง ๆ กว่าจะฝึกฝนเจตนารมณ์ที่แท้จริงจนทะลวงสู่ขั้นสี่ยังต้องรอถึงอายุสี่สิบกว่าเลย”
ผู้ฝึกตนขั้นสี่คนนั้นเอ่ยอย่างอิจฉา
