"หา ยังมีความสามารถในการล็อกระดับขั้นอีกหรือ"
หลังจากได้รับผลตอบแทนกลับมาจากมู่หรงหว่านติดต่อกันถึงสามครั้ง ลู่สวินก็รู้สึกพูดไม่ออก
ตอนนี้เขาหยุดอยู่ที่ทะเลลมปราณชั้นสามสิบสามไม่ขยับไปไหนแล้ว
การหยุดอยู่ที่ขอบเขตทะเลลมปราณยังไม่เท่าไหร่ แต่ระบบก็ไม่ยอมให้เขาทะลวงเข้าสู่ขั้นสามด้วยเช่นกัน
คำอธิบายของระบบคือ ด้วยร่างกายของลู่สวินในตอนนี้ ทะเลลมปราณชั้นสามสิบสามก็ถึงขีดจำกัดแล้ว หากสูงขึ้นไปอีกจะส่งผลเสียต่อร่างกายของลู่สวิน
ทะเลลมปราณภายในจุดไท่เสียของเขาในตอนนี้ขยายใหญ่ผิดปกติอย่างมาก หากขยายตัวต่อไปอีกก็มีโอกาสสูงที่จะทำให้จุดไท่เสียแตกออก
ส่วนเหตุผลที่ไม่ได้ทะลวงขั้นสามก็เพราะวิถีการฝึกฝนของนักยุทธ์มีลักษณะพิเศษบางประการ ผลตอบแทนจากขั้นสองถึงแม้จะทะลวงขั้นสามได้ แต่ผลของพลังพิเศษแห่งเพลงยุทธ์ที่ปลุกขึ้นมาก็ไม่เป็นที่น่าพอใจนัก
ดังนั้นระบบจึงเก็บผลตอบแทนไว้ก่อน และจะส่งคืนให้ในคราวเดียวเมื่อมู่หรงหว่านทะลวงเข้าสู่ขั้นสาม
ดูจากแนวโน้มตอนนี้ ใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว
"ระบบ นายทำแบบนี้ก็อย่ามาโทษว่าฉันใช้บั๊กล่ะ"
ลู่สวินจึงใช้ประโยชน์จากบั๊ก
ยังไงระดับฝีมือก็ไม่ทะลวงผ่านทะเลลมปราณชั้นสามสิบสามไปได้ ดังนั้นช่วงสองสามวันมานี้ลู่สวินจึงบ้าคลังกับการปรุงโอสถ
ชีพจรปราณโอสถแห่งการสร้างของเขานั้นร้ายกาจไม่ใช่ธรรมดา โอสถระดับศักดิ์สิทธิ์ยิ่งปรุงมากเท่าไหร่ ระดับฝีมือก็ยิ่งเพิ่มขึ้น หากทำให้ระดับขั้นทะลวงขึ้นไปด้วยเหตุนี้ก็เท่ากับฝึกฝนด้วยตนเองแล้ว
นี่ทำให้ทุกครั้งที่ลู่สวินปรุงโอสถต้องควบคุมให้อยู่ในระดับที่พอดี
ตอนนี้ถึงขีดจำกัดแล้ว ลู่สวินก็ดีใจที่ได้ใช้ประโยชน์จากบั๊กเช่นนี้
[ขอเตือนให้ผู้ครอบครองอย่าได้ปรุงโอสถมากเกินไป ชีพจรปราณโอสถถือเป็นชีพจรวิญญาณ การปรุงโอสถของผู้ครอบครองมีแต่จะเพิ่มระดับฝีมือทางเซียน หากเพิ่มต่อไปอีกจะมีความเป็นไปได้ที่จะทะลวงขั้นสาม]
