“ลู่สวิน!”
วันถัดมา เมื่อลู่สวินออกจากประตูโรงเรียน ฉู่โย่วฉิงก็รออยู่ที่นั่นแล้ว
แสงอาทิตย์สาดส่องปลายผมของเธอเป็นประกายระยิบระยับ ราวกับนางอัปสรผู้บริสุทธิ์
เมื่อเห็นลู่สวิน เธอกระโดดโลดเต้นวิ่งมาหาอย่างร่าเริงราวกับกวางน้อย พร้อมกับควงแขนของลู่สวินโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
วันนี้เป็นวันสุดสัปดาห์
เมื่อคืนวาน ฉู่โย่วฉิงส่งข้อความหาลู่สวิน บอกว่าอยากเดินเล่นกับเขา
ช่วงนี้เธอเอาแต่หมกมุ่นกับการฝึกฝน ไม่ได้เจอหน้าลู่สวินมาสักพักแล้ว
เพราะการลดราคาโอสถของตระกูลเจี่ย ผู้คนบนถนนชิงเป่ยจึงยังคึกคัก
ดังนั้น ลู่สวินและฉู่โย่วฉิงไม่ได้เดินเที่ยวที่ถนนชิงเป่ย แต่มุ่งหน้าไปยังห้างสรรพสินค้าใหญ่หลายแห่งในเมืองหลวง
ทั้งสองเดินเล่นจนถึงบ่าย ซื้อของไม่น้อยเลยทีเดียว
“ท่านอา”
ยามสนธยา หน้าร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง ฉู่โย่วฉิงโบกมืออย่างตื่นเต้น
มู่หรงหว่านซึ่งเพิ่งลงจากรถเห็นลู่สวินก็ชะงักไปเล็กน้อย
วันนี้เป็นวันสุดสัปดาห์ ฉู่โย่วฉิงตั้งใจนัดเธอออกมาสังสรรค์กัน
เธอคิดว่าจะมีแค่เธอกับฉู่โย่วฉิง
แต่ใครจะรู้ ฉู่โย่วฉิงมากับลู่สวิน
ลู่สวินเองก็รู้สึกเอ่ยอะไรไม่ถูกเช่นกัน
เขาอยากจะเปิดสมองน้อยๆ ของฉู่โย่วฉิงดูนัก ว่าเธอซื่อบื้อได้ขนาดไหน
“ท่านอา ท่านก้าวหน้าเร็วจริงๆ เลย ฉันตามท่านไม่ทันแล้ว”
“ลู่สวิน เหม่ออะไรอยู่เล่า อาหารที่นี่ไม่ถูกปากนายหรือ?”
