จ้าวหลันและคนอื่น ๆ ขับเกวียนล่อกลับถึงบ้าน ฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว จึงเตรียมทำอาหาร
หลี่หว่านชิงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าในมิติเก็บของของนางยังมีหมูป่าอยู่อีกตัว จึงนำมันออกมา “ท่านแม่ ข้าลืมไปเสียสนิทเลยว่ายังมีหมูป่าอีกตัว
หมูตัวนี้เราไม่ขายแล้วนะ ข้าอยากทำเนื้อแห้งกับแผ่นแป้งไส้เนื้อ แล้วก็ทำหมูพะโล้เก็บไว้ในมิติอีกหน่อย คราวหน้าจะกินก็หยิบออกมาได้สะดวก!”
จ้าวหลันมองนางอย่างจนใจ “เมื่อคืนเจ้าเข้าป่าไปล่าหมูป่ามาอีกตัวด้วยหรือ!
เจ้านี่ไม่เห็นชีวิตตัวเองสำคัญเลยจริง ๆ
คราวหน้าถ้าข้ารู้ว่าเจ้ายังทำอะไรบุ่มบ่ามอีก
คอยดูเถอะ ข้าจะตีให้ก้นลายเลย...”
พูดจบก็ถลึงตาใส่นาง
หลี่หว่านชิงรีบวิ่งเข้ามาอย่างว่าง่ายแล้วจับแขนจ้าวหลันไว้ “ท่านแม่ ข้ารับรองว่าคราวหน้าจะบอกท่านก่อนทุกครั้งว่าจะไปไหน”
จ้าวหลันปรายตามองนาง “ปล่อยมือได้แล้ว ข้าจะไปจัดการหมูป่า!
คืนนี้เรากินหมูพะโล้กับแผ่นแป้งไส้เนื้อกัน!”
หลี่หว่านเหลียนได้ยินแล้วก็ยิ้มอย่างดีใจ “เยี่ยมเลย! มีเนื้อกินแล้ว
ข้าจะไปช่วยด้วย”
หลี่ชิงซงเดินเข้ามา “ท่านแม่ ข้าจะเป็นคนขูดขนหมูเอง ท่านพักสักหน่อยเถิด ขับเกวียนมาทั้งวันแล้ว”
จ้าวหลันมองขาของเขาแล้วถาม “ขาเจ้าไหวหรือ?”
หลี่ชิงซงพยักหน้า “ข้านั่งขูดขนหมูอยู่ตรงนั้น ไม่เป็นไรหรอก ไม่เหนื่อยด้วย!”
จ้าวหลันเดินไปพักข้าง ๆ พลางมองลูก ๆ ที่กำลังช่วยกันทำงาน
นางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนถาม “ชิงซง พรุ่งนี้เราไปซื้อเสบียงที่อำเภอกันอีกหน่อยดีไหม
วันนี้ไปตำบลแล้วเห็นขอทานพวกนั้น ข้ารู้สึกว่าเรื่องราวคงไม่ธรรมดา
อีกอย่าง ตอนนี้ฟ้าแล้งเหลือเกิน ข้าเห็นว่าน้ำในบ่อน้ำที่บ้านลดลงมากในช่วงสองวันนี้