หลังรับประทานอาหารเช้าเสร็จ ครอบครัวจ้าวก็เทียมล่อกับรถแล้วออกเดินทางไปตลาด เมื่อมาถึงก็รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าบรรยากาศวันนี้ไม่ค่อยปกติ
ในตลาดมีขอทานเข้ามามากมาย แต่ละคนหิวโซจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก
เสื้อผ้าบนตัวขาดวิ่น พวกเขาหดตัวอยู่ตามมุมถนน พอเห็นใครเดินผ่านก็เข้าไปขอทาน
หลี่หว่านชิงมองขอทานบนถนนแล้วถามว่า “ท่านแม่ ท่านสังเกตไหมว่าวันนี้มีขอทานมากกว่าปกติเยอะเลย?”
จ้าวหลันพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม “มากกว่าปกติจริง ๆ พวกเราไปขายสมุนไพรที่โรงหมอกันก่อนเถอะ!
จากนั้นค่อยซื้อฝ้ายกับของใช้จำเป็นอีกสักหน่อย แล้วรีบกลับบ้านกัน”
หลี่ชิงซงกล่าวด้วยสีหน้าหนักใจ “พวกเราก็ควรเตรียมตัวให้มากขึ้นด้วย ลองดูว่าจะซื้อเสบียงเพิ่มได้อีกหรือไม่!”
หลี่หว่านชิงส่ายหน้า “ในตลาดมีร้านขายเสบียงอยู่แค่สองร้าน พวกเราซื้อไปมากแล้ว ถ้าซื้อเพิ่มอีกก็กลัวว่าจะมีคนไม่หวังดีรู้เข้า คงไม่ปลอดภัย!”
หลี่ชิงซงถาม “แล้วจะทำอย่างไรดี? ไม่อย่างนั้นพวกเราไปซื้อเพิ่มที่อำเภอหยวนเหอดีไหม วันนี้ขายเห็ดหลินจือได้แล้ว น่าจะได้เงินไม่น้อย”
จ้าวหลันพยักหน้า “พวกเราไปขายสมุนไพรก่อนเถอะ!”
ไม่นานนัก ทุกคนก็มาถึงโรงหมอฝูเหริน หมอจ้าวเห็นพวกเขาเดินเข้ามาก็ยิ้มทักทาย “พี่สะใภ้จ้าว พวกท่านมาแล้วหรือ ชิงซง นั่งตรงนั้นสิ ข้าจะตรวจดูว่าขาของเจ้าฟื้นตัวเป็นอย่างไรบ้าง!”
หลี่ชิงซงนั่งลงบนเก้าอี้ข้าง ๆ “ขอบคุณท่านหมอจ้าว”
หมอจ้าวโบกมือ ก่อนจะย่อตัวลงจับหน้าแข้งของเขาขยับไปมาอยู่ครู่หนึ่ง แล้วลูบหนวดพลางยิ้มกล่าวว่า “กระดูกน่าจะประสานกันได้ดี อีกสักพักก็คงหายแล้ว”
จากนั้นหมอจ้าวก็ลุกขึ้นถาม “วันนี้พวกท่านมีสมุนไพรอะไรจะขายหรือ?”
จ้าวหลันหยิบเห็ดหลินจือออกจากตะกร้าสะพายหลัง วางลงบนเคาน์เตอร์แล้วกล่าวยิ้ม ๆ “ท่านหมอจ้าวช่วยดูหน่อยเถิดว่าเห็ดหลินจือนี่มีราคาเท่าไร?”