จ้าวหลันเดินตามหลัง มองเด็ก ๆ หลายคนบนเกวียนที่พูดคุยหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน ในที่สุดใบหน้าก็เผยรอยยิ้มผ่อนคลายออกมา
แม่เสือหวังยิ้มถามว่า “น้องจ้าวหลัน ตอนนี้ต้องเลี้ยงลูกตามลำพังแล้ว คิดจะทำอย่างไรต่อไปหรือ?”
จ้าวหลันยิ้มตอบว่า “ตอนนี้ยังไม่รู้เลย คงต้องไปดูบ้านก่อนแล้วค่อยว่ากัน”
แม่เสือหวังชี้ไปยังลานบ้านฝั่งตรงข้ามแม่น้ำ “บ้านฝั่งตรงข้ามนั่นแหละ ตอนกลับไปเมื่อครู่ ข้าไปกับผู้ใหญ่บ้านแล้วเอากุญแจกลับมาให้เจ้าแล้ว
ข้าคิดว่าวันนี้เจ้าคงจะย้ายออกจากบ้านสกุลหลี่แน่
พูดมาตามตรง ตอนที่เจ้าให้ข้าช่วยเช่าบ้าน เจ้าวางแผนจะหย่าขาดแล้วออกมาอยู่เองตั้งแต่แรกใช่ไหม?”
จ้าวหลันกล่าวขอโทษด้วยสีหน้ารู้สึกผิด “พี่สะใภ้ชุ่ยหลัน ข้าขอโทษจริง ๆ
ตอนนั้นข้ายังไม่แน่ใจว่าจะหย่าขาดได้สำเร็จหรือเปล่า เลยไม่กล้าบอกความจริงกับพี่”
แม่เสือหวังโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ “โธ่ จะขอโทษทำไม ข้าเข้าใจว่าเจ้ากังวลอะไร”
พอข้ามสะพานเล็กมา ทั้งหมดก็มาถึงหน้าบ้าน
จ้าวหลันเดินไปเปิดประตู พอผลักเข้าไปก็เห็นวัชพืชขึ้นเต็มลาน
ลานเล็ก ๆ ไม่กว้างนัก แต่ตัวบ้านได้รับการดูแลรักษาไว้อย่างดี ตรงข้ามประตูมีห้องหลักอยู่สองห้อง ทางฝั่งตะวันออกเป็นห้องครัว ถัดจากห้องครัวเป็นห้องเก็บของ
ทางตะวันตกของลานมีต้นพุทราต้นใหญ่ ผลพุทราห้อยเต็มต้น แต่ตอนนี้ยังไม่สุก
ใต้ต้นไม้มีโต๊ะหินทรงกลมหนึ่งตัว รอบโต๊ะมีม้านั่งหินทรงกลมตัวเล็กหกตัว
ใกล้ประตูยังมีบ่อน้ำหนึ่งบ่อ ตักน้ำมาใช้ก็สะดวก
แม่เสือหวังเดินตามเข้ามา ยิ้มพลางพูดว่า “ลานบ้านนี้ดูไม่เลวเลย กำแพงก็สูง อยู่แล้วสบายใจดี”
หลี่เหล่าเกินจูงวัวไปจอดเกวียนไว้หลังบ้าน จากนั้นก็อุ้มหลี่ชิงซงไปนั่งบนม้านั่งหิน แล้วยิ้มกล่าวว่า “ลานบ้านนี้ไม่เลวจริง ๆ เก็บกวาดหน่อยก็อยู่ได้แล้ว”
