เมื่อได้พบคนดีมีความซื่อตรง หลินจื่อหลานก็ซาบซึ้งใจ เธออุ้มลูกสาวแล้วพยักหน้าให้เขาอย่างสุภาพ “ขอบคุณค่ะ หัวหน้า”
เฉินจิ้นโบกมือ “รีบเข้าไปเถอะ”
พอเห็นหลินจื่อหลานล็อกประตูเรียบร้อย เฉินจิ้นก็หันกลับมา แล้วพบว่าชาวบ้านกลุ่มหนึ่งกำลังจ้องเขาอยู่
“มองอะไรกัน?”
“หัวหน้าคะ” หญิงวัยกลางคนที่ใจกล้าคนหนึ่งก้าวออกมาถาม “คุณแต่งงานหรือยังคะ?”
เฉินจิ้นยิ้มอย่างจนใจ “ผมมีหลานชายแล้วนะ ถามแบบนี้จะเป็นแม่สื่อให้ผมหรือไง?”
“ฉันจะกล้าได้ยังไงคะ? แต่ว่า...คุณดีกับหลินจื่อหลานขนาดนี้...”
เฉินจิ้นแทบจะโมโหจนหัวเราะ พอเห็นคนอื่น ๆ ไม่มีใครแปลกใจสักนิด เขาก็ยิ่งหงุดหงิด
“ผมแค่เดินเป็นเพื่อนเธอมาอีกหน่อยเดียว พวกคุณก็คิดกันไปไกลแบบนี้แล้วหรือ?”
“ก็หลินจื่อหลานสวยนี่นา”
“ใช่ ๆ” ยังมีคนช่วยพูดสนับสนุนหญิงคนนั้น
เฉินจิ้นชี้หน้าพวกเธอแล้วดุ “พวกคุณนี่นะ วัน ๆ ไม่มีเรื่องเป็นเรื่องทำกันเลยหรือไง!”
หลังจากไล่ชาวบ้านกลับไปแล้ว เฉินจิ้นกับลูกน้องที่ชื่อเสี่ยวหลิวก็ปั่นจักรยานกลับ
เสี่ยวหลิวตามหลังเขามาพักใหญ่ ในที่สุดก็เรียกให้เขาหยุด
“หัวหน้ากอง พักสักหน่อยไหมครับ?”
เฉินจิ้นหยุดรถ พิงจักรยานไว้กับต้นไม้ข้างทางแล้วพูดกลั้วหัวเราะ “แค่นี้ก็เหนื่อยแล้วเหรอ? สมัยก่อนตอนเราอยู่ในกองทัพ...”
เสี่ยวหลิวรีบยื่นบุหรี่ให้เขา ตัดบทเสียก่อน “หัวหน้ากองครับ ผมมีเรื่องอยากคุยด้วย”
เดี๋ยวนี้ทุกคนสูบบุหรี่มวนกันเอง ส่วนใหญ่ก็ใช้ใบยาสูบที่เตรียมไว้ ฉีกกระดาษมามวนเอาตามสะดวก