ยังไม่ยอมแพ้
โจวเจี้ยนหมินตัดสินใจปีนกำแพง
เขาไม่มีฝีมืออย่างซูหลาง ลองปีนดูแล้วก็ยังต้องยอมไปยกก้อนหินมาวางเป็นที่เหยียบแต่โดยดี
กว่าจะปีนขึ้นไปได้ก็โดนตะปูตำเข้าอย่างจัง
เขาร้องออกมาด้วยความเจ็บ ก่อนจะรีบหุบปาก
ตอนกระโดดลงมา โจวเจี้ยนหมินได้กลิ่นฉุนแสบจมูก แต่ไม่ได้ใส่ใจ ใจคิดแต่จะเข้าไปในบ้าน
พอเดินมาถึงหน้าประตูบ้าน เขาก็เริ่มมึนงง ฝีเท้าแทบไม่มั่นคง
ในห้วงเลือนราง เขาเห็นหลินจื่อหลานใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดจมูกเดินออกมา
โจวเจี้ยนหมินยิ้ม ก่อนจะหมดสติล้มลงกับพื้นทันที
หลินจื่อหลานเตะเขาเบา ๆ พอเห็นว่าไม่มีปฏิกิริยาจึงเดินไปดับไฟ
เมื่อกลิ่นจางหาย เธอก็ลดผ้าเช็ดหน้าลง แล้วจัดการถอดข้อต่อมือและเท้าของโจวเจี้ยนหมิน
เมื่อก่อนเธอเคยต่อกระดูกและรักษาอาการข้อเคลื่อนให้คนไข้เท่านั้น
แต่จะถอดข้อออกบ้างก็ทำได้ง่ายดาย
เธอเตะเขาไปสองสามที โจวเจี้ยนหมินก็เจ็บจนตื่น
เขากำลังจะขยับตัว แต่กลับพบว่ามือเท้าขยับไม่ได้เลย
โจวเจี้ยนหมินมองหลินจื่อหลานอย่างหวาดกลัว “พี่สะใภ้ทำอะไรผม?”
หลินจื่อหลานยิ้ม “เจี้ยนหมิน ดึกดื่นป่านนี้มาบ้านพี่ทำไม?”
“ก็พี่เรียกผมมาเองชัด ๆ!”
“ฉันเรียกเหรอ?”
โจวเจี้ยนหมินถึงกับชะงัก
เธอไม่ได้พูดออกมาตรง ๆ ก็จริง แต่เธอส่งสัญญาณให้เขาแล้วนี่!
“พี่สะใภ้” โจวเจี้ยนหมินเลิกคิ้ว “พี่ปล่อยผมเดี๋ยวนี้จะดีกว่า ไม่อย่างนั้นผมตะโกนขึ้นมาสักที พี่ก็หมดชื่อเสียงแน่!”
“หึ” หลินจื่อหลานหัวเราะ “แม่คุณคอยช่วยป่าวประกาศเรื่องฉันไปทั่วทุกวัน ฉันยังจะมีชื่อเสียงเหลืออะไรอีกล่ะ?