ชายคนหนึ่งกุมท้ายทอยพลางพูดว่า “รู้ไหมว่าพ่อฉันเป็นใคร? พ่อฉันเป็นประธานคณะกรรมการปฏิวัติวัฒนธรรม...”
ยังพูดไม่ทันจบ ซูหลางก็ตบเขาอีกฉาด
ชายคนนั้นหมดสติไปอีกครั้ง
ซูหลางเงยหน้าขึ้นอธิบาย “ผมไม่ได้เป็นพวกเดียวกับพวกเขา”
หลินจื่อหลานตอบ “ฉันรู้”
เธอจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย “ผู้บังคับกองพันซู ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่?”
ซูหลางหน้าแดง “ผมมาออกกำลังกายตอนเช้า”
“อืม”
คำสั้น ๆ เรียบเฉยของหลินจื่อหลานทำให้ซูหลางรู้สึกกระวนกระวายใจขึ้นมา
“คุณหลิน ผมจะจัดการพวกเขาก่อน”
“คุณจะจัดการยังไง? ส่งสถานีตำรวจหรือ?” หลินจื่อหลานขมวดคิ้วเล็กน้อย “คุณไม่ได้ยินที่เขาพูดหรือว่าพ่อเป็นประธานคณะกรรมการปฏิวัติวัฒนธรรม?”
ตอนนี้คณะกรรมการปฏิวัติวัฒนธรรมมีอำนาจใหญ่โต จะวิพากษ์วิจารณ์ใครก็ได้
ซูหลางพูดว่า “คนพวกนี้บุกเข้าบ้าน... ปล้นทรัพย์ จะปล่อยพวกเขาไปแบบนี้ไม่ได้!”
“แล้วคุณจะอธิบายยังไงว่าทำไมถึงมาอยู่ที่นี่?”
ออกกำลังกายตอนเช้า?
จากในเมืองมาถึงหมู่บ้านตระกูลโจวก็ไกลกว่า 20 กิโลเมตรแล้ว
มีแต่ผีเท่านั้นแหละที่จะเชื่อ
ตั้งแต่เฉินจิ้นเตือนเธอคราวก่อน หลินจื่อหลานก็ไม่คิดจะยื่นมือออกหน้าอย่างบุ่มบ่ามอีก แต่เรื่องยุ่งยากก็ยังตามมาหาเธออยู่ดี
ลูกชายของประธานคณะกรรมการปฏิวัติวัฒนธรรม...
หลินจื่อหลานตระหนักได้ว่าตัวเองกำลังเจอปัญหาใหญ่เข้าแล้ว
“คุณหลิน” ซูหลางมองเธอ “ผมจะจัดการให้เรียบร้อย ไม่ต้องห่วง เรื่องนี้จะไม่พัวพันถึงคุณแน่นอน”
“ผู้บังคับกองพันซู คณะกรรมการปฏิวัติวัฒนธรรมมีอิทธิพลถึงเขตทหารไหม?”
“ไม่มี”
“เขตทหารมีโรงพยาบาลไหม?”