ราชามารเขามังกรจ้องหลินอวี้ด้วยสายตาไม่เชื่อว่าเป็นจริง เขาคิดไม่ถึงเลยว่าเพิ่งหนีออกมาจากหอคอยปราบมารได้ไม่นาน ก็มาพ่ายแพ้ให้กับหลินอวี้ซะแล้ว
โชคยังดีที่เขาเคยได้รับพรเทพเจ้าแห่งมาร ทำให้กายเนื้อสามารถฟื้นคืนใหม่ได้ ถึงแม้เจตจำนงกระบี่แห่งสายลมจะแทงทะลุกลางคิ้ว สร้างบาดแผลหนักแก่วิญญาณของเขา แต่อย่าให้มีเวลา เขาก็ยังฟื้นฟูกลับมาได้
“ข้ารู้ว่าเจ้าคิดอะไรอยู่ นักบำเพ็ญปีศาจนี่นา! กายเนื้อฟื้นคืนใหม่ใช่หรือไม่? แต่หม้อน้อยของข้าหน่ะ หลอมได้แม้ทุกสรรพสิ่ง เจ้าลองทายสิว่าเหล่าปีศาจร้ายที่หนีออกไปก่อนหน้านี้ล้วนไปอยู่ที่ไหนกันหมด?”
หลินอวี้เหลือบมองราชามารเขามังกรแล้วหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะอัญเชิญหม้อกลืนเทพออกมาจากญาณ
“เร็วเข้า ท่านเติ่งข้ารอจนจะหมดความอดทนอยู่แล้ว!”
ท่านเติ่งไม่รอให้หลินอวี้เอ่ยปาก รีบแผ่ประกายระยิบระยับดุจดวงดาวทันที แผ่กระจายไปทางราชามารเขามังกรที่ล้มลงกับพื้น
“ชาติชั่ว! ข้า ข้ามีพรเทพเจ้าแห่งมาร หากข้าตาย เทพเจ้าแห่งมารจะ…”
แววตาหวาดกลัวผุดขึ้นในดวงตาราชามารเขามังกร ยังพูดไม่ทันจบ หลินอวี้ก็พูดแทรกขึ้น
“ข้ารู้ คำสาปเทพมารนี่นา! ข้าจะหลอมเจ้าพร้อมกับคำสาปเทพมารไปด้วยกันให้สิ้นซาก!”
เสียงของหลินอวี้ยังไม่ทันขาด ราชามารเขามังกรก็ถูกลากเข้าไปในหม้อกลืนเทพโดยท่านเติ่งเสียแล้ว
“ท่านเติ่ง พวกเรากำจัดปีศาจร้ายชั้นล่างสุดของหอคอยปราบมารจนเกลี้ยงแล้ว ต่อไปต้องทำอย่างไร?”
หลินอวี้เก็บหม้อกลืนเทพกลับเข้าญาณ แล้วขมวดคิ้วกล่าว “นักบำเพ็ญปีศาจชั้นบนสุดที่อ่อนแอที่สุดก็ยังมีพลังขั้นวั่งเซียง ข้าในตอนนี้ยังไม่สามารถรับมือได้!”
“ฮึฮึ! รอข้าหลอมปีศาจร้ายตนนี้เสร็จก่อน ก็จะช่วยเจ้าเลื่อนขั้นสู่จื่อฝู่ชั้นเจ็ด ตอนนั้นข้าจะถ่ายทอดวิชาล้ำเลิศที่เหนือกว่าเจตจำนงกระบี่แห่งสายลมให้แก่เจ้า หากเจ้าฝึกฝนวิชานี้จนสำเร็จ โอกาสที่จะเอาชนะนักยุทธ์ขั้นวั่งเซียงก็มีไม่น้อย!”
