เลิกกันเถอะ
คำพูดนี้ทำให้เฉินจิงเฉิงชะงักงันไปทันที
ครั้งนี้เขามาหาหวังเยว่เยว่ด้วยความดีใจ เพราะอยากบอกเธอว่าตอนนี้เขาไม่ได้ทำงานอยู่ที่ตำบลไห่วานแล้ว และกำลังจะย้ายไปทำงานที่สำนักงานเทศบาลอำเภอ
ถึงตอนนั้น เฉินจิงเฉิงก็จะได้อยู่ในตัวอำเภอ คอยอยู่เป็นเพื่อนเธอได้บ่อย ๆ อีกทั้งอนาคตของเขาก็จะสดใสขึ้น ทุกสิ่งที่เขาเคยสัญญาไว้ ขอเพียงเขาขยันมุ่งมั่น สักวันก็ต้องได้มา
แต่ก่อนที่เขาจะทันบอกเรื่องเหล่านี้กับหวังเยว่เยว่ เขาก็ได้ยินคำพูดไม่กี่คำนี้เสียก่อน
เมื่อเห็นแววลังเลในดวงตาของหวังเยว่เยว่ เฉินจิงเฉิงก็เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยว่า “เยว่เยว่ ที่บ้านกดดันเธอหรือ”
“ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ไม่เป็นไรหรอก ฉันไปคุยกับคุณลุงคุณป้าเองได้ คราวนี้ฉันมั่นใจว่าจะโน้มน้าวพวกท่านได้”
“จริงสิ เธอยังไม่รู้ใช่ไหม ฉันกำลังจะย้ายไปทำงานที่อำเภอแล้ว ถึงตอนนั้นฉันก็จะได้อยู่เป็นเพื่อนเธอตลอด”
“ฉันรู้ว่าช่วงที่ไปทำงานที่ตำบลไห่วาน ฉันมีเวลาอยู่เป็นเพื่อนเธอน้อยเกินไป แต่เธอวางใจได้ ต่อไปจะไม่เป็นแบบนั้นอีกแล้ว”
ทว่าเฉินจิงเฉิงยังพูดไม่ทันจบ หวังเยว่เยว่ก็ดูคล้ายจะเริ่มหมดความอดทน เธอมองเขา แววอ่อนโยนสุดท้ายในดวงตาก็เลือนหายไป
“เฉินจิงเฉิง ฉันยอมรับว่าฉันเคยรักเธอ แม้แต่ตอนนี้ก็ยังมีความรู้สึกให้เธออยู่บ้าง แต่เราสองคนไม่เหมาะกันจริง ๆ”
“ฉันพยายามแล้ว แต่ฉันมองไม่เห็นความหวังจากตัวเธอเลยจริง ๆ”
“ตอนนี้เธอไม่มีอะไรเลยสักอย่าง แต่กลับพูดว่าจะชดเชยให้ฉันสิบเท่าร้อยเท้า เมื่อไหร่กันที่เธอกลายเป็นคนแบบนี้ไปแล้ว พูดจาโอ้อวดไปเรื่อย สนุกนักหรือไง”
