เหยียนหรงสั่งบะหมี่น้ำมากินเป็นมื้อเย็น
ดังนั้นพอมีเสียงเคาะประตู เธอจึงคิดว่าไรเดอร์มาส่งอาหาร
เธอเปิดประตูโดยไม่ระแวดระวัง มือขาวผ่องยื่นออกมาจากช่องประตู พร้อมเสียงแผ่วเบา “ขอบคุณค่ะ”
มือจับประตูถูกใครบางคนกดไว้ ก่อนออกแรงผลักเข้ามาอย่างหนักหน่วง แรงมหาศาลทำให้เหยียนหรงถอยกรูดไปสองก้าว เกือบหงายหลังล้ม โชคดีที่ด้านหลังมีโต๊ะกลมตัวเล็กตั้งอยู่พอดี
ประตูที่เดิมเปิดไว้เพียงช่องแคบพลันอ้าออกกว้าง ชายแปลกหน้าร่างสูงเดินสวนแสงเข้ามา ก้าวขายาวผ่านธรณีประตูเข้าบ้าน
ประตูปิดลงด้านหลังเขา
เหตุการณ์ไม่คาดฝันทำให้เหยียนหรงเปล่งเสียงไม่ออก
เธอนิ่งค้างไป
หลังความงุนงงเพียงชั่วครู่ ความเย็นเยียบก็แผ่ซ่านขึ้นมาในใจ
แสงสลัวสีเหลืองจากโคมดวงเล็กตรงโถงทางเข้าทาบลงบนตัวเหยียนหรง เธอใช้มือยันขอบโต๊ะเรียบลื่นไว้ด้านหลัง ทำอะไรไม่ถูก ลำคอราวกับถูกแมวคาบเสียงไป
ปฏิกิริยาแรกคือความกลัว แต่ด้วยนิสัยขี้ขลาด เธอจึงขยับตัวไม่ได้
เธอนึกถึงข่าวสังคมเกี่ยวกับหญิงที่อยู่คนเดียวแล้วถูกทำร้ายมากมายบนสื่อสังคมออนไลน์
น่ากลัวเหลือเกิน
ไม่กล้าพูด
ผู้ชายคนนี้คิดจะทำอะไร?
ควรตะโกนขอความช่วยเหลือไหม?
ขัดขืนหรือเปล่า?
ก่อนผู้ชายคนนั้นเข้ามา ควรรีบวิ่งเข้าห้องนอนแล้วล็อกประตูจากด้านในหรือเปล่า?
แจ้งตำรวจ...
ความคิดต่าง ๆ วนเวียนอยู่ในหัวเหยียนหรง แต่ความจริงคือเหตุการณ์ไม่คาดคิดทำให้เธอแข็งค้างอยู่กับที่ สมองหยุดทำงานไปแล้ว
เธอรับรู้ได้เพียงความกลัว กลัวเหลือเกิน กลัวจนตัวสั่น
ผู้ชายตรงหน้าสูงมาก รูปร่างกำยำล่ำสัน แค่หมัดเดียวก็ล้มเธอได้ถึงสองคน
กลิ่นแปลกหน้าปะปนกับกลิ่นแอลกอฮอล์และนิโคติน ยิ่งส่งสัญญาณถึงอันตรายที่พร้อมจะปะทุออกมา
“ฉัน...”
ริมฝีปากสีชมพูซีดเผือด เสียงของเหยียนหรงเบาราวเสียงยุง “ฉันให้เงินคุณได้นะ สองพันหยวนพอไหมคะ”
ไม่ใช่ว่าเธอขี้เหนียว แต่เดิมเธอก็ไม่ได้มีเงินมากมายอยู่แล้ว
อีกอย่าง สองพันหยวนก็ถือว่าเยอะมากแล้ว
ชายตรงหน้าไม่พูดไม่จา เหยียนหรงหลบสายตา น้ำตาแทบจะไหลอยู่รอมร่อ
เธอไม่กล้าสบตาผู้ชายคนนั้น สายตาจึงเลื่อนต่ำลงไปหยุดอยู่บริเวณท้องน้อยของเขา
นี่มันเรื่องอะไรกัน? ทำไมเธอต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วย?
ไม่เข้าใจเลย
ในจังหวะที่เธอกลัวจนขาอ่อน กำลังจะทรุดลงกับพื้น...
“ผู้หญิงนี่” ชายคนนั้นเอ่ย น้ำเสียงเฉื่อยชา
ในที่สุดเขาก็ขยับเข้ามาใกล้ทีละก้าว จนปลายรองเท้าหนังแตะกับรองเท้าแตะหัวมนของเหยียนหรง
คางของเหยียนหรงถูกเชยขึ้น นิ้วเรียวยาวเย็นนิด ๆ ลูบคลึงเนื้อนุ่มใต้คางของเธอ
คราวนี้เหยียนหรงจึงถูกบังคับให้เห็นใบหน้าของผู้บุกรุกชัด ๆ
สิ่งที่ไม่คาดคิดคือเขาหล่อมาก แต่กลับทำให้เหยียนหรงยิ่งหวาดกลัว
เธอนึกถึงฆาตกรโรคจิตหน้าตาหล่อเหลาบางคน แม้จะถูกจับเข้าคุกแล้ว ก็ยังมีคนยื่นมือมาขอความเห็นใจให้เพราะรูปลักษณ์ของเขา
ยิ่งหล่อ ก็ยิ่งอันตราย
นิ้วมือของชายคนนั้นไล้ตามแนวคางเล็กเรียวขึ้นไป ก่อนจะแตะเบา ๆ ที่แก้ม “รู้หรือยังว่าตัวเองทำผิดอะไร?”
ฉันทำผิดเหรอ?
เธอกำลังจะกลายเป็นเหยื่อ แล้วเธอทำผิดอะไร?
ดวงตาของเหยียนหรงเผยแววขัดขืนอย่างไม่ยินยอมโดยไม่รู้ตัว เมื่อชายคนนั้นมองออก มือใหญ่ก็บีบแก้มเธอจนริมฝีปากยื่นจู๋
“ลองคิดดูดี ๆ ว่าทำเรื่องเลวร้ายอะไรไว้ แล้วจะขอโทษฉันยังไง”
ดวงตาดำสนิทไร้แววของชายคนนั้นเย็นชาเหมือนสัตว์เลือดเย็น
เหยียนหรงเกลียดการต้องเผชิญหน้ากับคนอื่น เกลียดการจ้องตาใคร แต่กลับถูกสายตาของเขาตรึงไว้จนหลบหนีไม่ได้
“ฉันไม่รู้”
เธอจะไปรู้ได้ยังไง ในเมื่อเธอไม่ได้ทำอะไรผิดเลยสักนิด
ต่อให้คิดในแง่ร้ายที่สุด เธอก็ไม่มีทางเชื่อมโยงวิดีโอที่โพสต์ไปส่ง ๆ เมื่อคืนเข้ากับสถานการณ์ตรงหน้าได้ ยิ่งไม่มีทางเดาออกว่าผู้ชายตรงหน้าคือคนที่อยู่ในเหตุการณ์
เฮ่อกวานจือเองก็รู้ว่าเธอคิดไม่ถึง
แต่เขายังคงบังคับให้เธอนึกทบทวน ยืนกรานให้เธอสำนึกผิด “เธอทำเรื่องเลวร้ายกับฉันไว้ เพราะฉะนั้นฉันจะแก้แค้นเธอยังไง เธอก็ต้องรับไว้ทั้งนั้น”
......
เฮ่อกวานจือยังจำผู้เล่นตำแหน่งป่าคนนั้นเมื่อคืนได้ ในเกมก็ชวนหงุดหงิดจะแย่แล้ว
ไม่คิดเลยว่าแค่ขโมยมอนสเตอร์ป่าของเขาไปไม่กี่ตัว อีกฝ่ายจะฝังใจจนทำวิดีโอออกมาวิจารณ์เขา
ปกติเฮ่อกวานจือคงคร้านจะสนใจ แต่บังเอิญวันนี้อารมณ์ไม่ดี แถมคนคนนี้ยังดันเข้ามาหาเรื่องพอดี
โดยเฉพาะเมื่อเห็นที่อยู่ซึ่งสืบมาได้ว่าอยู่ในเมืองเยี่ยน
จะโทษก็ต้องโทษตัวเองที่ดวงซวย ดันมาอยู่ใกล้กันขนาดนี้
ถ้าไม่สั่งสอนสักหน่อยก็คงไม่ได้
ก่อนจะบุกเข้าไป เฮ่อกวานจือสะบัดมือ แหวนเงินสองวงบนนิ้วชี้กับนิ้วกลาง หากหมัดเหวี่ยงเข้าหน้าคงเจ็บน่าดู
ไม่รู้ว่าเพราะไม่อยากให้ใครเห็นหน้าหรือด้วยเหตุผลอื่น เจ้าของอพาร์ตเมนต์ถึงยอมเปิดประตูแค่ช่องแคบ ๆ มือขาวเนียนข้างหนึ่งยื่นออกมาโบกไปมา
เฮ่อกวานจือเห็นมือนั้น แต่เวลาเพียงครึ่งวินาทีสั้น ๆ ไม่พอให้เขาเข้าใจว่ามันหมายความว่าอะไร
เขาทำตามความเคยชิน มือขยับเร็วกว่าความคิด ออกแรงผลักประตูอย่างไม่ใส่ใจ พลางนึกเบื่อหน่ายว่าผู้ชายยากจนที่อยู่ในอพาร์ตเมนต์ราคาถูก แถมยังงกกับการเล่นเกม จะทนหมัดของเขาได้กี่ที
ทว่าพอประตูเปิดอ้ากว้าง เฮ่อกวานจือก็ชะงักไปชั่วขณะ เขาไม่เคยคิดเลยว่าคนที่รออยู่หลังประตูจะเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง
เด็กสาวถูกความหยาบคายของเขาทำให้ตกใจ ดวงตาสีน้ำตาลอุ่นที่หางตาตกคู่นั้นเบิกกว้างกลมโต
เธอเหมือนเป็นคนละสายพันธุ์กับบรรดาเด็กสาวที่เฮ่อกวานจือรู้จักมาตั้งแต่เด็ก
เสื้อผ้าสีหม่นตัวโคร่งเป็นเสมือนชุดกระโปรง เผยเรียวขาขาวผอมเพรียวทั้งสองข้างออกมา
หน้าม้าปัดข้างคลุมหน้าผาก ปลายผมแทบจะระขนตา
ผมดำหนานุ่มฟูยุ่งเหยิงเล็กน้อย ราวกับเจ้าหญิงผมยาวที่เพิ่งตื่นนอนแล้วยังไม่ได้หวีผมให้เรียบร้อย
เฮ่อกวานจือเห็นเห็ดน้อยมืดหม่นฟูฟ่องงอกอยู่ในที่อับแสง
ขณะเดียวกันเธอก็ดูบอบบาง ขี้ขลาด และงดงามราวกับของขวัญวันคริสต์มาสชิ้นประณีต
เป็นของขวัญแบบที่ได้รับเฉพาะตอนยังเด็ก บรรจุอยู่ในกล่องที่ผูกริบบิ้นอย่างตั้งใจ
เฮ่อกวานจือเพิ่งนึกเชื่อมโยงสีขาวที่ยังติดตาอยู่กับหญิงสาวตรงหน้าได้
มิน่าล่ะ
มือนั้นถึงได้ขาวและเล็กขนาดนั้น ถึงขั้นทำให้เขานึกอยากลองสัมผัสดูว่านุ่มแค่ไหน
ความโกรธที่อัดแน่นอยู่ในใจเหมือนถูกกรีดเป็นช่อง ความเดือดดาลไหลทะลักออกมา ก่อนจะถูกเติมเต็มด้วยสิ่งอื่น
มือของเขาเอื้อมไปแตะคางและแก้มของหญิงสาวอย่างควบคุมไม่ได้ ท่ามกลางสายตาสับสนหวาดกลัวของเธอ เฮ่อกวานจือค้นพบวิธีระบายอารมณ์ที่น่าสนใจกว่าการใช้กำลัง
......
ใกล้เกินไป
ใกล้จนหายใจไม่ออก
เหยียนหรงขมวดคิ้วอย่างอึดอัด
เกลียดจัง
“หึ ๆ” เธอได้ยินเสียงหัวเราะเย็นเยียบของชายคนนั้น “ทำไม รังเกียจฉันเหรอ?”
น่องของเหยียนหรงสั่นระริก แทบจะเป็นตะคริว “......เปล่าค่ะ”
ชายคนนั้นทำเหมือนไม่ได้ยิน “จำฉันไม่ได้ก็ว่าไปอย่าง ยังกล้ารังเกียจฉันอีก ฉันควรจัดการเธอยังไงดี?”
แขนแข็งแรงกำยำยันอยู่ข้างลำตัวเธอทั้งสองด้าน ร่างของชายคนนั้นกว้างใหญ่กว่าเธอมาก กดทับเข้ามา
เหยียนหรงตื่นตระหนกจนกระทั่งจังหวะหายใจยังสับสน จมูกก็หายใจไม่สะดวก แถมหัวยังเริ่มปวด
มือเท้าของเหยียนหรงชา เธอรู้ตัวว่าเริ่มหายใจเร็วเกินไปอีกแล้ว แย่ชะมัด
เฮ่อกวานจือสังเกตเห็นความผิดปกติ จึงบีบแก้มเธอให้เปิดปาก “หายใจเข้า หายใจ”
เหยียนหรงที่เห็นแสงขาววาบตรงหน้าทำตามคำสั่งของเฮ่อกวานจือโดยไม่รู้ตัว
“หายใจออก”
เสียงทุ้มต่ำของชายคนนั้นอยู่ใกล้แค่เอื้อม
“อย่าหุบปาก”
“แลบลิ้นออกมา”
เหยียนหรงทำตามอย่างมึนงง พอได้สติขึ้นมา ชายคนนั้นก็กำลังจ้องปลายลิ้นสีชมพูอ่อนของเธอไม่วางตา แล้วฉกเอาความนุ่มหอมเข้าไปในปากตัวเองก่อนที่เธอจะหดลิ้นกลับ
