ตอนห้าทุ่ม จี้ซิ่วหลานกลับถึงห้องของตัวเอง เกาลี่จวินนอนอ่านบัญชีอยู่บนเตียงแล้ว
“อิงเป่าดื่มเยอะหรือเปล่า?”
“ไม่เยอะหรอก เมื่อกี้ยังลากฉันคุยอยู่พักหนึ่ง บอกว่าเหล้าส้มโอที่ฉันหมักอร่อย แล้วถามว่าฉันคิดจะทำเหล้าส้มโอขายไหม”
“แล้วเธอตอบว่ายังไง?”
“ฉันบอกว่าตอนนี้น้ำส้มโอยังขายไม่ออกเลย ไม่คิดจะทำเหล้าส้มโอหรอก” จี้ซิ่วหลานนึกถึงน้ำส้มโอที่กองอยู่ในคลังแล้วก็กลุ้มใจ ตอนนี้เป็นช่วงที่ส้มโอสุกพอดี ยิ่งผลิตน้ำส้มโอมากขึ้นเรื่อย ๆ คลังสินค้าก็แทบไม่มีที่เก็บแล้ว
“ฉันเพิ่งดูบัญชี ถ้าน้ำส้มโอขายไม่ออก เราขาดทุนอย่างน้อยสองล้าน”
“เยอะขนาดนั้นเลยเหรอ?”
“ใช่ ขวดใส่น้ำส้มโอใบหนึ่งก็สองหยวนแล้ว ไหนจะค่าแรง ค่าไฟ ค่าขนส่ง พอรวมทุกอย่างเข้าด้วยกัน ฉันกลัวว่าสองล้านก็ยังไม่พอด้วยซ้ำ”
ถึงขาดทุนสองล้านจะไม่ทำให้จี้ซิ่วหลานกับเกาลี่จวินหมดตัว แต่ก็เสียดายเงินอยู่ดี
“นังหลัวอวี้อิงบ้าเอ๊ย! ถ้าไม่ใช่เพราะมัน อย่างน้อยร้านอาหารกับโรงแรมของพ่อฉันก็คงขายออกไปได้บ้าง ตอนนี้ฉันได้แต่หวังว่าห้างของอิงเป่าจะช่วยให้ยอดขายดีขึ้น จะได้ขาดทุนน้อยหน่อย”
“จะหวังพึ่งอิงเป่าอย่างเดียวก็ไม่ได้ พรุ่งนี้ฉันจะออกไปหาร้านค้าอีก เพื่อนสมัยมัธยมต้นคนหนึ่งตอนนี้เป็นรองผู้จัดการซูเปอร์มาร์เก็ต เดี๋ยวฉันไปหาเขาดู เผื่อจะช่วยอะไรได้บ้าง”
“จะซื้ออะไรไปฝากเขาล่ะ?”
“เอาน้ำส้มโอไปกล่องหนึ่ง เหล้าส้มโออีกกล่อง แล้วก็แฮมสักชิ้น อ้อ เตรียมของให้อิงเป่าแล้วหรือยัง? จะไม่ส่งของให้หลานสาวแท้ ๆ ของเราได้ยังไง ในเมื่อคนอื่นเรายังให้เลย!”
