ในเวลาเดียวกัน หลิวถู่ซิน เลขาธิการคณะกรรมการพรรคประจำตำบลอู่อี้ และซ่งจื้อจวิน นายกตำบล เดินทางไปบ้านเจียงเกินเซิงเพื่อเจรจากับจี้ชิวอิง โดยมีหลี่หย่งเฉวียน เลขาธิการคณะกรรมการพรรคประจำหมู่บ้านเสี่ยวลู่เป็นผู้นำทาง
จี้ชิวอิงลงมือทำเรื่องใหญ่โตขนาดนี้ ทั้งซื้อบ้านเก่าผนังดินเหลือง ทั้งซื้อโรงงานเก่า ในฐานะผู้บริหารอันดับหนึ่งและอันดับสองของตำบลอู่อี้ พวกเขาจึงรู้ข่าวตั้งแต่แรก
ดูอย่างไรก็เหมือนกำลังจะทำเรื่องใหญ่ ส่วนจะเป็นเรื่องอะไรนั้น พวกเขาไม่สนใจ ขอแค่มีเงินลงทุนเข้ามาในตำบลก็พอ
ทุกปีตำบลอู่อี้มีภารกิจประเมินผลด้านการดึงดูดการลงทุนหนักหนาสาหัส พวกเขาต้องคิดจนหัวแทบแตกกว่าจะทำภารกิจให้สำเร็จได้อย่างเฉียดฉิว ไม่คิดเลยว่าจะมีคนหอบเงินมาหาถึงที่เอง
หลังจากได้ฟังหลี่หย่งเฉวียนอธิบาย พวกเขาถึงรู้ว่าที่แท้จี้ชิวอิงก็ถือเป็นคนของตำบลอู่อี้ครึ่งหนึ่ง เป็นพวกเดียวกันนี่เอง
มีคนกันเองก็ดี คนกันเองย่อมคิดถึงตำบลอู่อี้ ดูท่าต่อไปกลยุทธ์ในการดึงดูดการลงทุนของตำบลคงต้องเปลี่ยนเสียแล้ว ควรเน้นรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผู้มีชื่อเสียงจากบ้านเกิดในตำบลอู่อี้ แล้วอาศัยเครือข่ายของพวกเขาขยายขอบเขตการดึงดูดการลงทุนให้กว้างขึ้น
