ร้อนอบอ้าว
ร้อนอบอ้าวอย่างที่สุด
หลินเฟิงลืมตาขึ้นมาทันที หายใจหอบถี่เป็นพัก ๆ
สิ่งที่เห็นตรงหน้าคือโต๊ะเรียนไม้เก่า ๆ สีเหลืองซีด บนโต๊ะมีหนังสือ《ตะลุยโจทย์ 5 ปี 3 ปี》กองสูงเป็นภูเขา
“หลินเฟิง! แกจะหลับไปถึงเมื่อไหร่กัน?”
บนแท่น อาจารย์ใหญ่หลี่ที่สวมแว่นสายตายาวเอาปลายนิ้วเคาะกระดานดำดังป๊อก ๆ
ในห้องเรียนที่เงียบสงัด มีเสียงหัวเราะคิกคักดังแผ่วเบา
หลินเฟิงแข็งทื่อคาที่นั่ง
เขาไม่สนใจคำตำหนิของอาจารย์ใหญ่หลี่ และไม่แยแสสายตาเย้ยหยันของเพื่อนร่วมชั้น หากแต่จ้องเขม็งไปที่ตัวหนังสือใหญ่ตรงมุมขวาบนของกระดานดำ
“นับถอยหลังสอบเอ็นท์: 35 วัน!”
สอบเอ็นท์?
35 วัน?
หลินเฟิงก้มลงอย่างสั่นเทา ใช้แสงไฟจากเหนือหัวส่องมองมือทั้งสองข้างของตนอย่างไม่ละสายตา
ไม่มีหนังหนาด้านจากการทำงานหนักตลอดปี
ไม่มีข้อนิ้วบวมผิดรูปเพราะโรคเกาต์
ตัดเล็บมาอย่างสะอาดเรียบร้อย
นี่คือมือของเด็กหนุ่มอายุสิบแปดปี ข้อนิ้วชัดเจน เต็มไปด้วยพลังแห่งวัยเยาว์
“ฉัน...เกิดใหม่แล้วหรือ?”
ลูกกระเดือกของหลินเฟิงเลื่อนขึ้นลงอย่างยากลำบาก หัวใจเต้นเร็วจนน่าตกใจ
ความทรงจำของเขายังคงติดอยู่กับปี 2026 ในคืนฝนพรำนั้น ที่ล้มละลาย ภรรยาทิ้ง ลูกจากไป
เขาจำได้ชัดเจนกว่าใคร ถึงผู้หญิงที่เดินกระย่องกระแย่งมาหาเขาในคืนฝนตกนั้น
ผู้หญิงที่มีใบหน้าครึ่งหนึ่งเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นน่าเกลียดน่ากลัว สวมเสื้อโค้ทเก่า ๆ สีซีด มือถือเศษผักที่เพิ่งเก็บมาจากตลาด ซึ่งเป็นของที่คนอื่นเลือกไม่เอา
เธอยัดธนบัตรร้อยหยวนยับยู่ยี่หลายใบใส่มือหลินเฟิงอย่างแรง
“หลินเฟิง อย่าตาย”
“อยู่รอดต่อไป ยังไงก็ต้องมีหนทาง”
เสียงแหบแห้งของหญิงสาว ราวกับมีดกรีดลงกลางหัวใจของหลินเฟิง
เฉินโย่วเหวย
เธอคือคนที่นั่งอยู่แถวสุดท้ายของห้อง ใกล้ถังขยะในมุมตลอดสามปีมัธยมปลาย เป็นคนที่ไม่มีใครสนใจเพราะยากจนข้นแค้นและขี้อายจนไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้า
หลินเฟิงเพิ่งรู้จากปากเพื่อนเก่าในภายหลังว่า ฤดูร้อนปี 2000 พ่อนักพนันของเฉินโย่วเหวยติดหนี้เงินกู้นอกระบบข้างนอก และเอาตัวเธอไปจำนำไว้ที่ร้านเน็ตมืดตรงตรอกด้านหลัง
คืนนั้น เฉินโย่วเหวยที่นิสัยเด็ดเดี่ยว เพื่อหนีเอาตัวรอด จึงกระโดดลงจากชั้นสองของร้านเน็ต
ขาหัก ใบหน้าถูกเศษกระจกกรีดเสียโฉม
ชีวิตทั้งชีวิต พังทลายสิ้น
แต่ในยามที่เขาสิ้นหวังที่สุด คนที่ยื่นมือมาช่วยเขาไว้ กลับเป็นผู้หญิงคนนี้
“ฟ่อ!”
หลินเฟิงสูดลมหายใจเข้าแรงจนสะท้าน ขนทั่วร่างลุกชัน
ปี 2000
หน้าร้อน
อีก 35 วันสอบเอ็นท์!
หลินเฟิงคว้าข้อมือของเพื่อนร่วมโต๊ะอ้วนที่ใส่นาฬิกาอิเล็กทรอนิกส์มาดู
เจ้าอ้วนตกใจ “เฮ้ย เสี่ยวหยาง แกจะทำอะไร...”
ตัวเลขสีเขียวบนหน้าปัดกระพริบ
วันที่ 15 พฤษภาคม!
เวลา 21:15 นาฬิกา!
รูม่านตาของหลินเฟิงหดเล็กลงเท่าปลายเข็ม
คืนนี้แหละ!
ฟันเฟืองความทรงจำเชื่อมเข้าหากัน
คืนนี้ของชาติก่อน คือวันกำหนดเส้นตายของเฉินเจี้ยนกว๋อ และเป็นคืนที่เฉินโย่วเหวยร่วงลงสู่นรก!
หลินเฟิงหันขวับ
สายตามองข้ามโต๊ะเรียนที่ตั้งเรียงราย มองไปทางด้านหลังซ้ายของห้อง ตรงมุมที่ติดกับอ่างล้างไม้ถูพื้น
ไม่มีใครอยู่
มีเพียงโต๊ะเรียนเดี่ยวสีหลุดลอกตั้งอยู่อย่างเดียวดาย
ใต้โต๊ะว่างเปล่า แม้แต่กระเป๋านักเรียนใบเก่าปะติดปะต่อก็หายไป
“เชี่ย!”
หลินเฟิงตาขวางสบถคำหยาบ เสียงไม่ดังนัก แต่ในห้องเรียนที่เงียบสงัดยามเข้าแถวตอนเย็น กลับเสียดแทงโสตประสาท
เขาคว้ากระเป๋านักเรียนผ้าใบใต้โต๊ะ ลุกขึ้นวิ่งไปที่ประตู
“หลินเฟิง! แกเป็นบ้าอะไร! อีกแป๊บเดียวก็เลิกคาบแล้ว แกจะไปไหน!” อาจารย์ใหญ่หลี่ตะคอกบนแท่น
จ้าวเสี่ยวหย่าที่นั่งแถวหน้าหันกลับมา
เธอเป็นดาวประจำห้อง สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวคอปกเปิดเล็กน้อย มัดผมหางม้าสูง ใบหน้างดงาม
วันนี้เป็นวันเกิดอายุครบ 18 ของเธอ
หลินเฟิงชาติก่อน อดอาหารเช้ามาครึ่งปี ไปทำงานรับจ้างนั่งตีบอทเกม《ตำนานหินผา》ให้คนที่ร้านเน็ตมืด ก็เพื่อซื้อของขวัญวันเกิดให้เธอ เครื่องเล่นซีดีโซนี่มูลค่าหนึ่งพันสองร้อยหยวน
“หลินเฟิง เธออย่าป่วนหน่อยเลย” จ้าวเสี่ยวหย่าขมวดคิ้วเล็กน้อย น้ำเสียงแฝงไว้ด้วยความเมตตาอย่างไม่ใส่ใจและความรำคาญ
หลินเฟิงไม่แม้แต่จะเหลือบมองเธอ
เขาเตะเก้าอี้ข้างหลังอย่างแรง เปิดประตูหลังห้องเรียนผางออกไป พุ่งเข้าสู่ค่ำคืนฤดูร้อนอันร้อนระอุ
สายลมยามค่ำคืนปะทะใบหน้า
พัดพาความชื้นเฉพาะตัวของเมืองเล็ก ๆ ทางใต้
หลินเฟิงเร่งฝีเท้าวิ่งเร็วขึ้น
“เฮือก...เฮือก...”
ร่างอายุสิบแปดปีนี้แม้ยังหนุ่มแน่น แต่ขาดการออกกำลังกาย วิ่งจากตึกเรียนมาตลอดจนถึงกำแพงเตี้ยด้านหลังโรงเรียน ปอดก็แสบปวดราวกับถูกสูบลมแรง ๆ
แต่เขาก็ไม่ชะลอฝีเท้า
เขาเอามือทั้งสองข้างยันกำแพง ทุ่มแรงกระโดดขึ้น ข้ามกำแพงอิฐสูงสองเมตร
“ถลก!”
ตอนลงพื้น ขากางเกงชุดนักเรียนถูกตาข่ายลวดสนิมครูดเปิดเป็นทาง
แต่เขาไม่แม้แต่จะเหลียวมอง กลับตรงดิ่งเข้าไปในตรอกซอกซอยย่านชุมชนเมืองที่ซับซ้อนด้านนอก
ที่นี่คือหลังโรงเรียนมัธยมหนึ่ง
แค่กำแพงกั้น ด้านในคือหอคอยงาช้างที่ถกเถียงเรื่องฟังก์ชั่นและแอบชอบในวัยแรกรุ่น ด้านนอกคือสลัมที่เต็มไปด้วยอันธพาลและนักเลง
หลินเฟิงวิ่งไป คิดอย่างรวดเร็วในสมอง
คู่ต่อสู้คนแรกที่เขาต้องเผชิญหลังเกิดใหม่คือเสี่ยวเปียว หัวหน้าแก๊งเงินกู้นอกระบบตรงตรอกด้านหลัง ใต้มือเลี้ยงลูกน้องนักเลงกล้าใช้อาวุธทำร้ายคนไว้หลายคน
ตัวเองมีอะไรในมือ?
มีเพียงเครื่องเล่นซีดีหนึ่งพันสองร้อยหยวนในกระเป๋า กับประสบการณ์ทางธุรกิจที่ล้ำหน้ายุคนี้ยี่สิบหกปี และความกล้าของผู้ใหญ่!
แม้ไม่มีเดิมพันมากกว่านี้ แต่นี่ก็เพียงพอแล้ว
ทะลุผ่านตรอกแคบ ๆ เดินต่อไปจนลานกว้างสายตาเปิดโล่ง
ป้ายไฟนีออนสีแดงสลับน้ำเงินแขวนอยู่ที่ชั้นสอง
“ร้านเน็ตเฟยอวี่”
หลอดไฟของตัวอักษร “เน็ต” เสียไปครึ่งหนึ่ง เกิดเสียงซ่าพร้อมกระแสไฟฟ้า
หลินเฟิงหยุดฝีเท้า สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ
เขาฝืนระงับลมหายใจหอบถี่ สายตาสงบนิ่งลงทันที
ผลักประตูกระจกสกปรกสองบาน เปิดม่านกันลมหนา ๆ
กลิ่นบุหรี่คุณภาพต่ำคละคลุ้งผสมกลิ่นเท้าเปื่อย กับกลิ่นเครื่องปรุงรสบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โชยเข้ามาในโพรงจมูกเขาทันที
ภายในห้องมืดสลัว จอภาพ CRT หัวโตหลายสิบเครื่องเปล่งแสงเรืองสีน้ำเงิน
“ยิงสไนเปอร์กลางเลน! ปาระเบิดแสงไปสิ ไอ้โง่!”
“เจ้าของร้าน เอาสไปรท์ขวดใหญ่เพิ่ม!”
ไม่มีใครสนใจว่านักเรียนมัธยมปลายชุดนักเรียนน้ำเงินขาวโรงเรียนมัธยมหนึ่งเดินเข้ามา
หลินเฟิงไม่หยุดตรงเคาน์เตอร์หน้าร้าน
เขาอาศัยความคุ้นเคยกับร้านเน็ตมืดแบบนี้จากชาติก่อน เดินตรงผ่านทางเดิน ไปยังด้านในสุดของร้านเน็ต
เดินไปสุดทางเดิน มีประตูไม้เก่าผุบานหนึ่งปิดไม่สนิท
จากช่องประตู เสียงชายวัยกลางคนที่ทั้งรีบร้อนและประจบสอพลอดังออกมา
“เสี่ยวเปียวครับ ท่านเห็นแก่ผมเถอะ ลูกสาวผมหน้าตาดีเลยนะ ถึงจะยังเรียนอยู่ ม.6 แต่ผมผู้เป็นพ่อตัดสินใจได้ เราจะไม่เรียนต่อแล้ว!”
“ต่อไปให้เธอทำงานในบ่อนท่าน จะเป็นเด็กนั่งดริ๊งค์ หรือคิดเงินก็ได้ เงินต้นและดอกสองหมื่นนี่ ถือว่าหักลบแล้วกัน ท่านว่าดีไหมครับ?”
จากนั้น เสียงผู้ชายแหบห้าว แฝงไว้ด้วยความรำคาญชัดเจน
“อย่าพล่ามมาก!”
“เอาสัญญาไป ให้เธอประทับลายนิ้วมือ! ประทับแล้ว หนี้ก้อนนี้ข้าก็จะลบให้ คนข้าพาไป!”
“อ้า! ได้ครับได้ครับ!”
พร้อมกับเสียงขยับเก้าอี้พับ น้ำเสียงของคนเป็นพ่อเปลี่ยนไปทันที กลายเป็นดุดัน
“ไอ้เด็กเวร แกจะหลบอะไร! ข้าอุตส่าห์เลี้ยงแกมาจนโต ตอนนี้ถึงเวลาตอบแทนบุญคุณแล้ว! ประทับเสีย!”
“ไม่...ปล่อยนะ...หนูไม่ไป...”
เสียงหญิงสาวที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความสิ้นหวังดังลอดออกมาทางช่องประตู