เมื่อได้ฟังข้อเสนอของอิชิวาระ คันจิ เทราอุจิ ฮิซาอิจิก็หันไปสบตากับโอกาเบะ นาโอะซาบุโระและคนอื่น ๆ โดยไม่รู้ตัว ฝ่ายหลังกล่าวอย่างลำบากใจว่า “ท่านนายพล ท่านอิชิวาระ กำลังพลทั้งหมดของกองทัพหลวงในเมืองเป่ยผิงและพื้นที่โดยรอบตอนนี้ เมื่อรวมทหารประจำที่มั่นและหน่วยรักษาการณ์ตามสถานีรถไฟแล้ว ก็มีไม่ถึง 20,000 นาย
ยิ่งไปกว่านั้น กองกำลังภาคสนามประจำการก็มีไม่ถึงครึ่ง จะระดมกำลังไปป้องกันหว่านผิงได้อย่างไร? ต่อให้ระดมไปได้ จะรักษาที่นั่นไว้ได้หรือครับ?”
อิชิวาระ คันจิพูดตรง ๆ ว่า “ต่อให้รักษาไว้ไม่ได้ก็ต้องรักษา อย่างน้อยก็ต้องต้านไว้จนกว่ากำลังเสริมจะมาถึง อีกอย่าง กำลังพล 5,000 นายจากเป่าติ้งก็ถอนกำลังไปจั๋วเซียนแล้วไม่ใช่หรือ
ให้ถอนกำลังจากจั๋วเซียนและที่มั่นโดยรอบทั้งหมด ไปรวมกำลังตั้งรับแถวหว่านผิงกับสะพานหลูกโกว เพื่อเพิ่มกำลังป้องกันพื้นที่นี้”
เทราอุจิ ฮิซาอิจิหน้าขรึมลงครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวว่า “ระดมกำลังสองในสามจากรอบเป่ยผิงไปประจำการแถวหว่านผิงและสะพานหลูกโกว
ส่วนกำลังพลจากเป่าติ้งกับจั๋วเซียนก็ให้ถอนมารวมกันที่นี่ด้วย”
โอกาเบะ นาโอะซาบุโระกล่าวว่า “แต่ท่านนายพล หากทำเช่นนั้น กำลังป้องกันเมืองเป่ยผิงจะอ่อนกำลังลงมาก หากพวกจีนสกปรกจากกองทัพพยัคฆ์บุกโจมตีเมืองเป่ยผิงโดยตรง จะรับมืออย่างไรครับ?”
ยังไม่ทันที่เทราอุจิ ฮิซาอิจิจะตอบ อิชิวาระ คันจิก็กล่าวขึ้นว่า “กองทัพพยัคฆ์ของพวกจีนเป็นกองกำลังยานยนต์ พวกเขาพึ่งพาถนนและทางรถไฟมากกว่ากองทหารราบเบาทั่วไปมาก
เพราะฉะนั้น ขอเพียงเรายึดหว่านผิงไว้ได้ ก็เท่ากับรักษาเส้นทางคมนาคมของทางรถไฟผิงฮั่นไว้ได้ อีกทั้งยังตัดเส้นทางส่งกำลังบำรุงของพวกเขา และคอยคุกคามแนวหลังได้ตลอดเวลา”
