จงจงกับอันอันกอดของกินพะรุงพะรัง ส่วนด้านหลังมีโกโก้ที่ถือชานมเต็มสองมือเดินตามมา
เดินสวนเข้ากับพิธีกรและฝ่ายปฏิบัติการของห้องไลฟ์เจิ้งเยว่ที่อยู่ชั้นเดียวกันพอดี ทั้งสองฝ่ายต่างก็มีของกินเต็มมือ
บรรยากาศรอบตัวชวนให้รู้สึกแปลก ๆ
ทั้งสองฝ่ายสบตากันอย่างรู้กัน ก่อนจะทักทายกันเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ช่วงบ่ายพวกคุณก็เลี้ยงสตรีมเมอร์กินของอร่อยเหมือนกันเหรอ?”
“ใช่เลย บังเอิญจัง บังเอิญจริง ๆ”
“ถ้างั้น…คราวหน้าว่าง ๆ นัดกินข้าวกันไหม?”
“ได้สิ ได้เลย”
หลังเดินสวนกันไป อันอันกับจงจงก็รีบวิ่งไปที่ห้องไลฟ์ของตัวเอง แล้วเจอเวยเวยอยู่หน้าประตูพอดี
ร่วนเวยกำลังจะเปิดประตู เห็นทั้งคู่หอบของกินกันคนละกองจนไม่มีมือเปิดประตู จึงเข้าไปช่วยถือบางส่วน
“วันนี้เจ้าตัวขี้เหนียวควักเงินเลี้ยงได้ยังไงเนี่ย?”
จงจงเปิดประตูแล้วกระซิบบอกเธอว่า “วันนี้มีเรื่องน่ายินดี”
อันอันที่ตามมาติด ๆ พูดเสริมว่า “มีเรื่องน่ายินดี”
ร่วนเวยมองไปทางโกโก้ที่เดินตามหลังมาแล้วถามว่า “เรื่องน่ายินดีอะไรเหรอ?”
โกโก้ส่ายหน้าอย่างงุนงง “ไม่รู้เหมือนกัน สองคนนี่ทำตัวลึกลับตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว ตอนเดินอยู่ตรงทางเดินก็เจอพิธีกรกับฝ่ายปฏิบัติการของเจิ้งเยว่ทำท่าทางแบบเดียวกันด้วย”
ร่วนเวยเข้าไปช่วยแบ่งเค้กกับชานมให้ทั้งสามคน พอรวมช่างไฟกับช่างภาพด้วย เดี๋ยวห้องนี้ก็จะมีคนอย่างน้อยสิบสองคน
ไม่ค่อยได้เห็นจงจงเลี้ยงทุกคนด้วยความเต็มใจ โดยไม่ต้องเพิ่มเงินเดือนหรือโบนัสให้เลย
เธอหยิบเค้กขึ้นมามองซ้ายมองขวา เป็นของแบรนด์ดังเสียด้วย ปกติจงจงยังเสียดายจนไม่ยอมซื้อกินเองเลย
ยังไม่ทันได้ถามต่อ ประตูก็ถูกแรงผลักกระแทกเปิดออก ซือซือเกาะกรอบประตูหอบแฮก ๆ “ให้ตายสิ…ลองทายดูว่าฉันเห็นอะไรบนกระดานประกาศ?”
