ในที่สุด วันที่ฟู่หนานโจวตั้งตารอจะได้ลงชนบทก็มาถึง
คืนก่อนออกเดินทาง เขานอนอยู่บนเตียง ไล่ตรวจนับข้าวของในมิติของตัวเองอีกรอบ
ทั้งเสบียง ยา เสื้อผ้า หนังสือ เงินสด และคูปองต่าง ๆ มีครบทุกอย่าง
ผักบนแปลงทั้งสี่ของฟาร์มพกพาเริ่มแตกยอดอ่อน ส่วนเมล็ดท้อก็แทงดินขึ้นมา ผลิใบเขียวชอุ่มสองใบ
“เตรียมพร้อมทุกอย่างแล้ว ขาดก็แต่ลมบูรพา” ฟู่หนานโจวพยักหน้าอย่างพอใจ ก่อนหลับตาลงและผล็อยหลับไป
เช้าวันถัดมา ฟ้ายังสางไม่เต็มที่ ฟู่หนานโจวก็ลุกจากเตียงแล้ว
เขาสวมชุดผ้าฝ้ายสีน้ำเงินที่ยังดูใหม่อยู่ ซื้อจากตลาดมืด เนื้อผ้าธรรมดา แต่ข้อดีคือทนทานและใส่ได้นาน
ที่เท้าสวมรองเท้าผ้าใบแบบปลดแอก สะพายห่อผ้าใบเล็ก ๆ ไว้บนหลัง
ข้างในมีแค่เสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนไม่กี่ชุดกับหนังสือคู่มือแพทย์เท้าเปล่า
ส่วนของอย่างอื่นทั้งหมดอยู่ในมิติ
ทั้งตึกเงียบสนิท ประตูห้องของจางหวยหย่วนกับโจวซู่อีปิดอยู่ ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา
ฟู่หนานโจวยืนอยู่ตรงเชิงบันได มองประตูที่ปิดสนิทบานนั้น ก่อนมุมปากจะยกขึ้นเล็กน้อย
ไม่มีคำลา ไม่มีคำกำชับ แม้แต่คำว่า “เดินทางดี ๆ” ก็ไม่มี
บ้านหลังนี้ไม่เคยมีที่สำหรับเขาเลย
เขาหันหลังลงบันได ค่อย ๆ เปิดประตูแล้วเดินออกไป
ยามเช้าภายในลานพักเงียบสงัด อากาศเย็นนิด ๆ หยาดน้ำค้างเกาะอยู่บนใบไม้ ส่องประกายระยิบระยับท่ามกลางแสงอรุณ
ฟู่หนานโจวสะพายห่อผ้า เดินไปตามทางเล็ก ๆ มุ่งหน้าออกไป
“หนานโจว? เช้าขนาดนี้จะไปไหนล่ะ?” ป้าจางบ้านข้าง ๆ กำลังถือกะละมังน้ำออกมาเท พอเห็นเขาก็ชะงักไปเล็กน้อย
“สวัสดีตอนเช้าครับ ป้าจาง”
ฟู่หนานโจวหยุดเดิน ยิ้มบาง ๆ “วันนี้ผมลงชนบทครับ ต้องไปขึ้นรถไฟ”
“ลงชนบทเหรอ? ไปวันนี้เลยหรือ?” ป้าจางวางกะละมังแล้วเดินเข้ามาหา “พ่อแม่ล่ะ? ทำไมไม่มาส่ง?”
ฟู่หนานโจวส่ายหน้า น้ำเสียงแผ่วเบา “พ่อแม่ยังนอนอยู่ครับ พวกท่านเหนื่อยกับงาน ผมไม่อยากรบกวนให้พักผ่อน ผมไปสถานีรถไฟเองได้ครับ อยู่ไม่ไกล”
ดวงตาป้าจางแดงก่ำขึ้นมาทันที “โถ เด็กคนนี้... เด็กคนนี้นี่นะ... รอแป๊บ ป้าจะไปเอาไข่มาให้สองฟอง เอาไว้กินระหว่างทาง”
“ไม่ต้องหรอกครับป้าจาง ผมเตรียมเสบียงแห้งมาแล้ว ทำเองด้วยครับ”
