เกวียนวัวโคลงเคลงไปเกือบหนึ่งชั่วโมงกว่าจะถึงที่ตั้งของคอมมูน
เรียกว่าคอมมูน แต่ความจริงมีเพียงถนนไม่กี่สายที่ไม่ยาวนัก สองข้างทางมีอาคารสีเทาหม่นตั้งกระจายอยู่ไม่กี่หลัง
มีสหกรณ์ซื้อขาย โรงพยาบาล สำนักงานไปรษณีย์ และลานบ้านพักรวมของคอมมูน นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารของรัฐกับโรงแรมเล็ก ๆ อีกแห่ง
บ้านเรือนของชาวบ้านก็มีอยู่ไม่น้อย
โรงงานในคอมมูนมีไม่มาก บรรยากาศจึงไม่ค่อยคึกคัก
บนถนนมีคนไม่มากนัก นาน ๆ ครั้งจะมีสมาชิกคอมมูนสองสามคนขับเกวียนวัวหรือปั่นจักรยานผ่านไป ฝุ่นสีเหลืองฟุ้งตลบขึ้นมาเป็นระลอก
ฟู่หนานโจวกระโดดลงจากเกวียน ปัดฝุ่นตามตัว แล้วเดินตามหลิวเต๋อฮ่าวไปยังโรงพยาบาล
โรงพยาบาลตั้งอยู่สุดถนน เป็นอาคารสองชั้นหลังเล็กที่สร้างด้วยอิฐเขียวและมุงกระเบื้องสีเทา หน้าประตูแขวนป้ายไม้สีซีดจางแผ่นหนึ่ง
บนป้ายเขียนว่า “โรงพยาบาลคอมมูนหงซิง” ตัวอักษรที่ทาด้วยสีนั้นลอกกระดำกระด่างจนแทบอ่านไม่ออกแล้ว
ลานโรงพยาบาลไม่กว้างนัก มีจักรยานจอดอยู่หลายคัน ตรงมุมหนึ่งก็มีกล่องยาเปล่ากองอยู่
กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อปนกับกลิ่นสมุนไพรจีนลอยออกมาจากด้านใน ฟู่หนานโจวสูดจมูกโดยไม่รู้ตัว
กลิ่นนี้เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี
ชาติที่แล้วเขาได้กลิ่นนี้ในโรงพยาบาลมาสิบกว่าปี จนมันฝังลึกอยู่ในกระดูก
“เฒ่าหลิว!” เสียงทุ้มกังวานดังมาจากด้านใน
ชายวัยกลางคนอายุราวห้าสิบกว่าปีเดินออกมาจากโรงพยาบาล เขาสวมเสื้อกาวน์สีขาวที่ซักจนซีด ผมหงอกแซมไปทั่วศีรษะ แต่ยังดูแข็งแรงกระฉับกระเฉง ดวงตาเป็นประกาย
เขาก้าวยาว ๆ มาหาหลิวเต๋อฮ่าว ก่อนยิ้มแล้วยื่นมือออกไป
เขาคือผู้อำนวยการโรงพยาบาลคอมมูนหงซิง แซ่เฉิน ชื่อเฉินจื้อหย่วน สมัยหนุ่มเคยเรียนแพทย์แผนตะวันตก ทั้งยังรู้แพทย์แผนจีนอยู่บ้าง จึงมีชื่อเสียงไปทั่วละแวกหลายสิบลี้
“เฒ่าเฉิน ฉันพาคนมาให้แล้ว” หลิวเต๋อฮ่าวจับมือกับเขา ก่อนขยับหลบให้ฟู่หนานโจวที่ยืนอยู่ด้านหลัง
“นี่แหละหนุ่มน้อยที่ฉันเล่าให้ฟัง ฟู่หนานโจว”
เฉินจื้อหย่วนกวาดตามองฟู่หนานโจวตั้งแต่หัวจรดเท้า แววตาเจือทั้งการพินิจและความสงสัยใคร่รู้
“เธอคือคนที่ทำคลอดให้ภรรยาของหวังซู่หลินใช่ไหม?” เขาถาม
