เซิ่งชงชงนอนอยู่บนเตียงแล้วกลอกตา
อากาศบ้าบอที่ไม่มีแอร์ เธอแทบม่อยตาย ไม่มีวี่แววของอดีตซุปตาร์ที่เสื้อผ้าหรูหรา ดูดีมีสง่าเลยสักนิด
อดีตชาติ ใช่แล้ว เธอเกิดใหม่
ก่อนเกิดใหม่ ในโลกเดิมเธอเป็นซุปตาร์ อาศัยความพยายามฝึกฝน “ยี่สิบแปดมงกุฎ” จนก้าวขึ้นเป็นนักแสดงระดับแถวหน้า
ตอนที่กำลังดังสุดขีด เธอไปร่วมงานอีเวนต์พรีเซนเตอร์ของแบรนด์หนึ่ง แต่ดันเจอเหตุตึกถล่มสุดพิลึก
เพื่อช่วยเด็กคนหนึ่งที่พลัดตกลงมาแบบไม่ทันตั้งตัว เธอตุยยย! แถมตุยฟรีอีก ไร้คนชดใช้ ไม่มีประกัน!
เกิดใหม่มาคราวนี้ เงินก็ไม่มี แถมยังมีชีวิตอยู่ เพราะงั้นเซิ่งชงชงเลยซังกะตายไปหลายวัน
แต่เมื่อวาน จู่ ๆ เธอก็คิดได้
เมื่อมาแล้วก็ต้องยอมรับ ยังมีชีวิตอยู่ก็บุญแล้ว จะเอาอะไรกับชีวิตนักเลง ถ้าได้กลับโลกเดิมจริง ๆ ร่างกายนั่นจะเป็นยังไงก็ไม่รู้!
เทียบกับร่างเก่าที่ไม่รู้สภาพแล้ว ร่างนี้เด็กและแข็งแรงกว่ามาก
เจ้าของร่างเดิมอายุ 15 ชื่อเซิ่งชงชงเหมือนกัน ตอนนี้เดือนกรกฎาคม เพิ่งสอบมัธยมต้นเสร็จ กำลังปิดเทอมฤดูร้อน
น่าเสียดายที่เธอจากไปแล้ว ถูกโกรธตาย เลยเปิดทางให้เซิ่งชงชงได้เข้าร่าง
อะไรนะ? ถามว่าเธอโกรธตายได้ยังไง?
งั้นเซิ่งชงชงก็ต้องขุดความทรงจำในสมอง มาเล่าให้เพื่อนนักอ่านฟังเสียหน่อย
เด็กสาวคนนี้อายุยังน้อย แต่กลับเป็นโรคคลั่งรัก แอบชอบเพื่อนผู้ชายในห้อง พยายามสอบเข้า ม.ปลาย เพื่อเขา ฟังดูแล้วก็สร้างแรงบันดาลใจดีนะ!
แล้วก็เก่งไม่เบา สอบติดจริง ๆ ด้วย แต่โชคไม่ดีนัก เรื่องที่แอบชอบดันแพร่สะพัดในหมู่เพื่อนร่วมชั้น
ผู้ชายคนนั้นฐานะดี เรียนดี แต่อีคิวต่ำเตี้ย ถือโอกาสตอนกลับโรงเรียนถ่ายรูปจบการศึกษา ปฏิเสธเจ้าของร่างเดิมต่อหน้าคนทั้งห้องทั้งที่เธอยังไม่ได้สารภาพรักด้วยซ้ำ
ใช่เลย ว่าสิว่ามันน่าสงสารไหม!
เจ้าของร่างเดิมความลับถูกเปิดเผย แถมยังถูกผู้ชายที่แอบชอบปฏิเสธกลางที่สาธารณะ ก็เสียใจมากอยู่แล้ว บวกกับเพื่อนรอบข้างคอยแต่ซุบซิบนินทาไม่หยุด พอกลับบ้านเลยคิดสั้น ระเบิดความโกรธจนตุย…
เซิ่งชงชงถอนหายใจอย่างจนใจ
เฮ้อ จะลำบากไปทำไมเล่า อย่าว่าแต่อายุน้อยไม่ควรฟุ้งซ่านเลย แค่เพื่อผู้ชายแบบนี้ มันคุ้มเหรอ?
สาธุ สาธุ สาวน้อยที่ชื่อเดียวกันนี่ ความรักวัยเรียนไม่คุ้มหรอก เรียนกับสร้างอาชีพดีกว่า ชาติหน้าถ้าเกิดใหม่ก็โยนหัวใจคลั่งรักทิ้งไปไกล ๆ ใช้ชีวิตดี ๆ เถอะ!
แน่นอน เซิ่งชงชงที่รับช่วงร่างนี้มาก็จะใช้ชีวิตดี ๆ เหมือนกัน ก้าวแรกคือการใช้ร่างกายต้านความร้อนมหาประลัย!
เซิ่งชงชงทุกข์โศกา!
บ้านนี้จนน่ากลัว ห้องนอนของเธออย่าว่าแต่แอร์เลย แม้แต่พัดลมก็ไม่มี พัดลมเพดานตัวเดียวของบ้านอยู่ในโถงหลังคาบ้าน หรือก็คือห้องนั่งเล่นที่เรียกกัน
ทำไงได้ เธอได้แต่พึ่งวิชาลับนอกตำรา “ใจเย็นแล้วเย็นเอง” เพื่อคลายร้อน
พอเริ่มได้ผลกำลังจะหลับ บทจะหือก็มีเสียงแม่เซิ่งตะโกนดังลั่นเหมือนจะโค่นวัวได้ตัวหนึ่ง
“น้องสอง น้องสาม มาหาแม่หน่อย”
น้องสาม?
เรียกเธอนั่นแหละ ตอนนี้เธอเป็นน้องสาม
เซิ่งชงชงค่อย ๆ ลุกจากเตียง ใส่รองเท้าแตะเดินเอื่อย ๆ ไป
สองนาทีต่อมา ทุกคนในบ้านอยู่พร้อมหน้า ยกเว้นพี่ใหญ่เซิ่งชูชุนที่เพิ่งแต่งงานไปสัปดาห์ก่อน มาครบทุกคน บนโต๊ะยังมีเงินหกพันหยวนวางอยู่
โอ้โห เงินวางเต็มโต๊ะ ต้องมีเรื่องใหญ่แน่!
เซิ่งชงชงรอฟังเงียบ ๆ แต่น่าเสียดายที่ในบ้านเงียบกริบ
ผ่านไปนานมาก คุณพ่อเซิ่งถึงกระแอมไอ บอกจุดประสงค์ที่เรียกพวกเขามา — จับฉลากไปเรียน
เป็นพล็อตที่เก่าแก่จริง ๆ!
เห็นไหม เกิดใหม่ไม่เหมือนเดิมจริง ๆ พล็อตที่มีแต่ในนิยายก็ยังมาเจอกับตัว
พูดไปแล้ว เรื่องนี้เกี่ยวกับเจ้าของร่างเดิมเซิ่งชงชงกับพี่สองเซิ่งหรงหรงเท่านั้น
สองคนอายุห่างกันหนึ่งปี เรียนชั้นเดียวกัน ปีนี้สอบมัธยมต้นพร้อมกัน น่าเสียดายที่สองพี่น้องมีทั้งดีทั้งร้าย
ที่ว่าดีเพราะทั้งคู่สอบติดโรงเรียน ม.ปลาย ที่ดีที่สุดของเมืองหลินซี คือโรงเรียนมัธยมหลินซีหมายเลขหนึ่ง ที่ว่าร้ายเพราะพวกเธอสอบได้แค่ระดับบัญชีสอง
เกณฑ์การรับเข้าเรียนของโรงเรียนมัธยมหลินซีหมายเลขหนึ่งแบ่งตามคะแนน จ่ายเงินตามระดับ บัญชีหนึ่งฟรี บัญชีสองถึงสี่ต้องจ่ายค่าต่างระดับตามที่กำหนดถึงจะเข้าเรียนได้
สองพี่น้องอยากเรียนต้องจ่ายค่าเทอมหนึ่งพันหกกับค่าต่างระดับห้าพันสอง สำหรับสองคนก็คูณสอง ด้วยฐานะของบ้านเซิ่งจะควักเงินจำนวนนี้ได้ที่ไหน?
ตอนนี้ยื่นความจำนงเลือกโรงเรียนไปแล้ว เปลี่ยนโรงเรียนไม่ได้ มีแค่เข้าเรียนหรือหลุดจากบัญชีแล้วซ้ำชั้น สองพี่น้องมีแค่สองทางเลือกนี้
คำถามก็คือ ใครจะได้เรียน ใครจะซ้ำชั้น?
พ่อแม่เซิ่งคิดอยู่หลายวัน สุดท้ายจึงตัดสินใจใช้วิธีจับฉลากเลือกอย่างยุติธรรม จึงเกิดฉากนี้ขึ้น
เซิ่งชงชงไม่ใช่เจ้าของร่างเดิม เธอไม่ตื่นเต้นสักนิด แต่ต่างจากเซิ่งชงชงตรงที่ พอน้องสองบ้านเซิ่ง เซิ่งหรงหรงฟังคำพ่อจบ หน้าก็ “เผือด” ลงทันที
จับฉลาก? เซิ่งหรงหรงไม่ยอมหนึ่งหมื่นเปอร์เซ็น ไม่ จับฉลากไม่ได้ ต้องมีวิธีอื่นแน่
เธอจ้องเงินบนโต๊ะ แววตาวูบไหว
ใช่แล้ว พี่ใหญ่!
พี่สาวบ้านเซิ่ง เซิ่งชูชุน เพิ่งแต่งงานไปสัปดาห์ก่อน ฝ่ายชายให้สินสอดแปดพันหยวน เซิ่งหรงหรงคิดว่าถ้ายืมเงินก้อนนี้ได้ ก็จะไปเรียนกันทั้งคู่
แต่พอเซิ่งหรงหรงเสนอขึ้นมา คุณพ่อเซิ่งปฏิเสธทันที
เขาชี้ไปที่เงินบนโต๊ะ “ในหกพันนี้มีสามพันเป็นเงินสินสอดของพี่สาวเธอ”
ควรจะให้สินสอดลูกสาวคนโตเอากลับไปทั้งหมด แต่เพื่อให้สองพี่น้องได้เรียนหนังสือ พ่อแม่เซิ่งเลยจำเป็นต้องเก็บไว้ที่บ้านสามพัน แล้วจะถามยืมจากลูกสาวคนโตอีกได้ยังไง
โอเค ยืมพี่ใหญ่ไม่ได้ งั้นยืมคนอื่นก็ได้ใช่ไหม
เซิ่งหรงหรงเสนอทางเลือกที่สอง แต่ก็ถูกพ่อเซิ่งปฏิเสธอีกครั้ง
“ทำไมล่ะ พวกเรายืมแล้วไม่ใช่ไม่คืนนะ?” เซิ่งหรงหรงถามพ่อเซิ่งอย่างร้อนใจ
น่าเสียดาย ไม่ว่าเซิ่งหรงหรงจะพูดยังไง พ่อเซิ่งก็กัดฟันแน่วแน่ว่าจะไม่ยืมเงิน
เขาไม่ใช่ไม่เคยคิดเรื่องยืมเงิน หรือตั้งใจไม่ให้ลูกทั้งคู่ได้เรียนหนังสือ
แต่ว่า ม.ปลาย สามปี นอกจากค่าเทอม ค่าต่างระดับแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายจิปาถะอีกมากมาย สองคนก็คูณสอง ทั้งครอบครัวยังต้องกินต้องใช้
ที่บ้านตลอดปีก็พึ่งแค่ผลผลิตจากที่นาสองสามไร่ แถมค่าจ้างแรงงานกระจิดริดจากการไปรับจ้างก่อสร้างในอำเภอของเขา ทำเงินไม่พอใช้
พูดลอย ๆ ว่ายืมก็ยืม เมื่อไหร่จะใช้คืน?
ดังนั้นพ่อเซิ่งจึงคิดอยู่นาน ตัดสินใจสลับเวลาเรียน ม.ปลาย ของสองคน แต่อีกคนคงต้องลำบากหน่อย
พ่อเซิ่งแน่วแน่ขนาดนี้ อยากให้จับฉลากตัดสิน แต่เซิ่งหรงหรงไม่ยอมแบบนั้น จับฉลากหมายความว่าเธอมีโอกาสห้าสิบเปอร์เซ็นต์ที่ต้องซ้ำชั้น
ไม่ เธอไม่มีทางไปซ้ำชั้นเด็ดขาด!
เซิ่งหรงหรงหันไปมองเซิ่งชงชงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ และไม่ได้ปริปากตั้งแต่ต้น ทันใดนั้นเซิ่งชงชงก็รู้สึกไม่ดี ขนลุกซู่ไปทั้งตัว
เป็นไปตามคาด วินาทีต่อมาก็ได้ยินเซิ่งหรงหรงพูด
“ฉันสอบได้มากกว่าสามห้าคะแนน คะแนนดีกว่าเธอ ฉันควรได้เข้า ม.ปลาย ให้น้องสามซ้ำชั้นรอปีหน้า”
เอ้า ดี เป้าหมายมาที่เธอเลย สกัดดาวรุ่งก่อนเลย?
น่าเสียดายที่ในใจพ่อเซิ่งมีตราชู ไม่ตอบรับคำของเธอ
เขากำไม้สั้นสองอัน ยืนกรานว่า “เลือกให้ยุติธรรม จับฉลากเถอะ ไม้สั้นไม้ยาว จับได้ไม้สั้นซ้ำชั้น”
แบบนี้ก็ไม่เอา แบบนั้นก็ไม่เอา ความดื้อรั้นของพ่อเซิ่งทำให้เซิ่งหรงหรงอดรนทนไม่ไหวในที่สุด เธอปัดมือพ่อที่ถือฉลากออกอย่างตื่นเต้น
“หนูไม่จับ หนูควรได้เข้าเรียนอยู่แล้ว หนูจะจับฉลากทำไม?”
แม่เซิ่งเห็นเธออารมณ์พลุ่งพล่านก็เกลี้ยกล่อมว่า “น้องสอง เธอกับสามยังไงก็ต้องตัดสินให้คนหนึ่งซ้ำชั้น จับฉลากยุติธรรมกว่า อีกอย่างก็ไม่จำเป็นว่าเธอต้องซ้ำชั้นนะ!”
เซิ่งหรงหรงไม่ฟังคำแม่เซิ่งเลย ที่เธอต้องการไม่ใช่ "ไม่จำเป็น" แต่ต้องไม่เลย
“เกี่ยวอะไรกับฉัน ในเมื่อพวกคุณไม่ยอมยืมเงินให้ฉันกับสามได้เรียนทั้งคู่ ถ้าจะมีคนเดียวที่ได้เข้า ม.ปลาย ก็ต้องเป็นฉัน”
คำพูดเห็นแก่ตัวเกินไป พ่อเซิ่งก็โกรธแล้ว เขาเดือดดาลขึ้นมา หน้าดำคร่ำเครียดพูดอย่างแข็งกร้าวว่า “ต้องจับ ถ้าไม่จับ เธอก็ไปซ้ำชั้น”
แค่คำเดียวก็ทำให้เซิ่งหรงหรงที่กำลังพลุ่งพล่านกลายเป็นบ้าคลั่งทันที
“หนูไม่จับ หนูรู้ว่าพวกคุณลำเอียงเข้าข้างสาม ตั้งแต่เด็กแล้ว ไม่ให้มันซ้ำชั้น ก็เลยจัดฉากจับฉลากแบบนี้ ก็อยากให้หนูไปใช่ไหมล่ะ”
“แต่พวกคุณไม่รู้สินะ ว่ามันไม่ได้สนใจเรียนเลย ทั้งโรงเรียนรู้กันทั่วว่ามันสอบติดโรงเรียนมัธยมหมายเลขหนึ่งเพื่อตู้เหวยเซียว พวกคุณปล่อยให้มันไปเรียน มันก็ไม่ตั้งใจเรียนหรอก มันจะไปมีความรัก…”
เซิ่งหรงหรงทั้งร้องไห้ทั้งฟ้อง โต๊ะเก้าอี้ในบ้านถูกเตะถีบล้มระเนระนาด ตกใจเซิ่งชงชงที่กำลังดูละครลุ้นระทึก รีบ “ฟิ้ว” หนีไปตั้งไกล
เอ้า ไอ่หยา!
สุภาพบุรุษไม่ยืนใต้กำแพงอันตราย ชงเพิ่งเกิดใหม่ ชงจะถูกเด็กบ้านี่จัดการจนตุยไม่ได้เด็ดขาด!
