“ปีนี้โปรเจกต์ของบริษัทเราไปถึงไหนแล้วบ้าง?” เซิ่งชงชงถาม
ตั้งแต่เซิ่งชงชงเริ่มทุ่มเทเต็มที่กับการสอบเกาเข่า ไม่ว่าอ้ายชิวหรือเฉินเฟิงต่างก็ลดความถี่ในการคุยเรื่องงานกับเซิ่งชงชงลง
ช่วงตรุษจีนปีนั้น ถ้าไม่ใช่เพราะเซิ่งชงชงเองที่ฮึกเหิม จัดทำแผนข้อเสนอการลงทุนขึ้นมาถึงสามฉบับ เฉินเฟิงคงไม่คิดจะเอาเรื่องทิศทางการลงทุนปีนี้ไปรบกวนเธอหรอก
ดังนั้น นับตั้งแต่ได้รับอีเมลจากเซิ่งชงชง ตั้งแต่ตรุษจีนจนถึงตอนนี้ เฉินเฟิงไม่เคยเอ่ยถึงความคืบหน้าของโปรเจกต์ลงทุนใหม่กับเซิ่งชงชงแม้แต่ครั้งเดียว
เขาไม่พูด เซิ่งชงชงก็ไม่มีเวลาถาม เป็นอย่างนี้เรื่อยมา
แต่ตอนนี้เซิ่งชงชงสอบเสร็จแล้ว เธอต้องสนใจความคืบหน้าของโปรเจกต์บริษัทบ้างล่ะ เพราะมันเกี่ยวกับเงินปันผลปลายปีของเธอ
มีคำพูดหนึ่งกล่าวไว้ว่า เธอไม่รักเงิน เงินก็ไม่รักเธอ
เธอต้องใส่ใจเจ้าเงินน้อย ๆ บ่อยหน่อย ปลายปีเงินก้อนน้อยน่ารักถึงจะกางปีกบินมาหาเธอไงล่ะ
เฉินเฟิงกำลังรู้สึกผิดจนใจคอไม่ดีตอนที่พูดโกหก พอได้ยินเซิ่งชงชงถามถึงเรื่องบริษัทก็โล่งอกไปเปราะหนึ่ง
“โปรเจกต์สามอย่างในอีเมลที่เธอส่งให้ฉันก่อนตรุษจีน ฉันว่าดีมาก หลังจากการสำรวจและเตรียมการของทีมงานในช่วงแรก ปีนี้บริษัทเลยทุ่มจุดลงทุนไปที่โปรเจกต์ทั้งสามนี้ ตอนนี้ทุกโปรเจกต์กำลังดำเนินไปอย่างมั่นคง”
“ชีวการแพทย์และเทคโนโลยีชีวภาพเน้นการวิจัยพัฒนา ถือเป็นการลงทุนระยะยาว นับตั้งแต่เดือนที่ฉันได้รับอีเมลจากเธอ ทีมงานก็เริ่มสำรวจแล้ว”
“โปรเจกต์นี้โชคดีมาก เจอการสนับสนุนและเงินอุดหนุนจากนโยบาย ทุนคล่องตัว เลยทำให้บริษัทเดินหน้าคู่ขนานทั้งในและต่างประเทศ ลงทุนกับห้องแล็บสองแห่ง”
