“จริง ๆ แล้ว ฉันมีความฝันอยู่อย่างหนึ่ง”
“ที่จริงเรื่องนี้มันบังเอิญมาก อาจารย์เฟยมาหาแรงบันดาลใจที่กองถ่าย เช้าวันหนึ่งฉันไม่มีคิวถ่ายก็เลยว่าจะออกไปซื้อของหน่อย พอออกจากโรงแรมก็เจออาจารย์เฟยยืนคุยโทรศัพท์อยู่กลางถนนใหญ่เลย”
“แน่นอนว่าฉันไม่ได้ตั้งใจนะ ได้ยินเนื้อหาที่เขาคุยโดยไม่ตั้งใจจริง ๆ ตอนนั้นฉันคิดว่านี่มันไม่ใช่โอกาสมาเยือนแล้วหรือไง ก็เลยฮึดสู้วิ่งเข้าไปเสนอตัวกับเขา”
“อาจารย์เฟยเป็นคนดีนะ ตอนนั้นเขาคงคิดว่าฉันเป็นคนบ้าอะไรสักอย่าง...”
เซิ่งชงชงเล่าเรื่องราววันนั้นได้มีชีวิตชีวาราวกับพูดตลกสด พอพูดถึงคำว่าบ้า ทุกคนก็พากันหัวเราะออกมา
“แต่เขาก็ยังยอมให้โอกาสฉันนะ รู้ไหมว่าแดดสามสิบกว่าองศา แดดเปรี้ยงมาก เขาก็ให้ฉันร้องเพลงตรงนั้นแหละ บนถนนใหญ่เลย”
“จะว่าไปแล้ว ผู้สอบอย่างเราจะเลือกสนามสอบได้ยังไงล่ะ ตั้งสนามสอบไว้บนถนนใหญ่ ฉันก็ต้องสอบให้ได้”
“แล้วก็เป็นแบบนั้น ที่ถนนเส้นกว้างที่สุดในสตูดิโอที่เราถ่ายทำนั่นแหละ มีคนเดินผ่านไปมาเป็นครั้งคราว ฉันหลับตาลงแล้วก็ร้องเลย ร้องจบฉันก็เสนอตัวสำเร็จ!”
“เรื่องที่มาของเพลงประกอบก็เป็นแบบนี้แหละ”
เซิ่งชงชงพูดจากระฉับกระเฉง เปลี่ยนเรื่องธรรมดาให้กลายเป็นเรื่องชวนหัวเราะ ทั้งผู้ชมในงานและทางบ้านต่างก็ถูกเรื่องราวของเธอดึงอารมณ์ไปด้วย
อาจารย์ถานก็ยิ้มไม่หุบ ความรู้สึกดี ๆ ต่อเซิ่งชงชงก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น
“เมื่อกี้ชงชงบอกว่ามีความฝัน ไม่รู้ว่าเป็นความฝันอะไร” อาจารย์ถานถามด้วยรอยยิ้ม
เซิ่งชงชงมองอาจารย์ถาน สูดหายใจลึกเฮือกใหญ่ แล้วทำท่าพยุงเขาเบา ๆ พร้อมพูดว่า
“ความฝันนี่ใหญ่หน่อยนะ อาจารย์ประคองฉันดี ๆ ล่ะ”
