“หนาวจะตาย มาได้ไงเนี่ย เข้ามาผิงไฟเร็ว ๆ”
คุณแม่เซิ่งเปิดทางให้ลูกสาวคนโตเข้าบ้าน
“อีสวินขับมาส่งจ้ะ มาส่งแม่ที่ปากหมู่บ้าน เขาก็ปั่นจักรยานไปทำงานที่ตัวอำเภอต่อ”
เจาอีสวินเป็นสามีของเซิ่งชูชุน ตระกูลเจาทำงานช่างไม้มาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ มีฝีมือสืบทอดกันมา เจาอีสวินก็ใช้ฝีมือนี้ทำงานอยู่ที่โรงงานเฟอร์นิเจอร์ในตัวอำเภอ
“นั่นก็ยังไม่ได้กินข้าวเช้าใช่ไหม”
“ยังจ้ะ ตอนนี้กินอะไรก็อ้วกออกหมด ไม่มีความอยากอาหารเลย”
“งั้นรอเดี๋ยวนะ แม่ทำให้กินหน่อย อร่อยถูกปากลูกแน่ ตัวลูกไม่กิน ลูกในท้องก็ต้องกิน”
ระหว่างที่พูด เซิ่งชูชุนก็ชะเง้อมองไปทางห้องของเซิ่งชงชงกับเซิ่งหรงหรง เมื่อก่อนตอนยังไม่ออกเรือน เซิ่งชูชุนก็อยู่ห้องนั้นเหมือนกัน
คุณแม่เซิ่งเห็นกิริยาของเธอ ก็หัวเราะ
“ไม่ต้องมองหรอก ชงชงไม่อยู่บ้านนะ ไปมณฑลหนานแล้ว ละครที่ออนแอร์เมื่อวานน่ะ เขามีงานแถลงข่าวก่อนออนแอร์ น้องสาวแกไปร้องเพลงมา”
“ชงชงร้องเพลงเป็นด้วยเหรอ”
เซิ่งชูชุนอยู่บ้านมาหลายปีขนาดนี้ ยังไม่รู้เลยว่าน้องสามของเธอร้องเพลงเป็น
“เป็นสิ เหมือนแม่นี่แหละ เสียงดัง เสียงดี ละครโทรทัศน์ที่แกดูเมื่อวานนั่นแหละ เพลงเปิดเรื่องก็ร้องโดยน้องสาวแก”
คุณแม่เซิ่งพูดถึงเรื่องนี้ก็ภูมิใจ
ถ้าจะบอกว่าแสดงละครเก่งเหมือนแม่ สารภาพตามตรงว่าคุณแม่เซิ่งก็ปากแข็งพูดไปอย่างนั้น เพราะตัวเธอเองแสดงละครไม่เป็นเลยสักนิด
แต่ถ้าพูดถึงเรื่องร้องเพลงเก่ง อันนี้เธอเชิดหน้าขึ้นมาได้ทันที ฟังเสียงสูงที่ลูกสาวร้องเมื่อวานสิ เสียงดังขนาดนั้น ถ้าบอกว่าไม่เหมือนแม่ ใครจะไปเชื่อกัน!
ทำอะไรถูกปากเซิ่งชูชุนเสร็จ ก็จัดการทำอาหารเช้าให้ทั้งบ้าน คุณพ่อเซิ่งกินเสร็จก็ปั่นจักรยานไปหัดขับรถที่ตัวอำเภอ
