ความอยากรู้อยากเห็นมักเหมือนกันเสมอ เช่นเดียวกับตอนที่เพื่อนร่วมชั้นเพิ่งรู้ว่าเซิ่งชงชงกลายเป็นดาราแล้วพากันแอบมาดูเธอ ตอนนี้ก็มีรุ่นน้องจับกลุ่มกันมาที่หน้าห้องสามชั้นมัธยมปลายปีสองเพื่อดูเซิ่งชงชงเหมือนกัน
ทางโรงเรียนเลยต้องย้ำกฎ "ห้ามมุง ห้ามรบกวน ห้ามห้อมล้อม ห้ามรวมตัวโดยพลการ" อีกครั้ง ถึงช่วยเซิ่งชงชงให้พ้นจากการถูกจ้องเหมือนตัวประหลาดได้อีกครา
เซิ่งชงชงขาดเรียนไปครึ่งเดือน พอกลับมาโรงเรียนก็เร่งตามให้ทันโดยด่วน ถ้าไม่ได้ไปห้องน้ำก็จะนั่งอยู่ที่โต๊ะเพื่อทำการบ้านย้อนหลังกับจดเลกเชอร์ตาม
แต่ก็ยังดี หลังจากเลือกแผนศิลป์ก็ไม่มีวิชาฟิสิกส์ที่ทำให้เธอปวดหัวอีก มีแต่ของที่ต้องท่องจำซึ่งง่ายกว่าเยอะ
แน่นอนว่ามันง่ายขึ้นก็จริง แต่วิชาศิลป์ก็มีข้อเสียตรงที่ต้องเขียนอะไรเยอะแยะไปหมด
พอดูข้อสอบที่แจกล่วงหน้าสำหรับวันหยุดเจ็ดวันชาติ ทั้งห้องก็ส่งเสียงโอดครวญ
"อาจารย์ครับ วันหยุดเจ็ดวันรวมวันไหว้พระจันทร์ด้วย เราต้องฉลองวันไหว้พระจันทร์แล้วก็ฉลองวันชาติอีก จะมีเวลาไหนไปทำการบ้านเยอะขนาดนี้!"
จางอวี้ฉีพูดว่า "ก็เพราะมีวันหยุดเลยยิ่งต้องทำการบ้าน ไม่งั้นปล่อยไปพวกเธอก็ขี้เกียจกันหมด พอกลับมาจากหยุดก็สอบกลางภาค ไม่ทำการบ้านจะร้องไห้ในห้องสอบกันหรือไง?"
งือ~ ไม่ต้องรอถึงในห้องสอบ ตอนนี้ก็ร้องไห้ได้แล้ว
ไม่ว่านักเรียนจะโอดครวญแค่ไหน ใจของอาจารย์แต่ละวิชาก็แข็งดั่งหินผา
ข้อสอบถูกแจกแผ่นแล้วแผ่นเล่า ยึดหลัก "ลับหอกก่อนศึก แม้ไม่คมก็ยังวาววับ" มุ่งมั่นให้นักเรียนได้อัดแน่นก่อนสอบ เพื่อคว้าคะแนนดี ๆ ในการสอบกลางภาคครั้งแรกของมัธยมปลายปีสอง
วันที่ 30 กันยายนเป็นวันไหว้พระจันทร์ และเป็นวันแรกของวันหยุดเจ็ดวันชาติกับวันไหว้พระจันทร์ เซิ่งชงชงต้องกลับไปฉลองที่หมู่บ้านต้าตงแน่นอน
