หลินเจาอินรีบหยิบไอเท็มดวงตาคือฉันที่เก็บซ่อนไว้นานออกมาสวม แค่มีสิ่งนี้ก็จะเห็นข้อมูลสถานะของจ้าวแห่งซากปรักหักพังได้แล้ว ขอเพียงข้อมูลบนแผงสถานะเปลี่ยน เธอก็จะลงมือทันที
“คืนสงัด!”
เดิมทีหลินเจาอินเตรียมใจไว้แล้วว่าคงใช้ไม่สำเร็จในครั้งเดียว ทว่าทันทีที่ใช้ทักษะเสร็จ โลกทั้งใบก็หยุดนิ่ง
ทั้งบอสและมอนสเตอร์ ผู้เล่น กระทั่งเม็ดทรายที่ลอยวนอยู่ในอากาศ ต่างหยุดชะงักทั้งหมด
หลินเจาอินมีเวลา 2 นาที เธอจึงไม่คิดจะใช้ทักษะเทพแห่งความซวยสิงทันที แต่จะโจมตีด้วยอาวุธก่อน 1 นาที แล้วค่อยเริ่มใช้ทักษะ
เป็นไปตามคาด เมื่อไม่มีผลเสริมจากทักษะเทพแห่งความซวยสิง การโจมตีของหลินเจาอินกว่าครึ่งถูกหลบได้ ส่วนทักษะก็ยังต้องใช้ถึง 10 ครั้งกว่าจะสำเร็จ
แต่ภายใต้ผลของทักษะคืนสงัด ตอนหลินเจาอินใช้ทักษะเทพแห่งความซวยสิง ผิวของจ้าวแห่งซากปรักหักพังก็ไม่สามารถกัดกร่อนเธอได้ ดูเหมือนทักษะติดตัวของมอนสเตอร์จะถูกแช่แข็งไปด้วย
ถึงมือจะไม่เป็นไร แต่พลังชีวิตที่ใช้ไปกับทักษะก็ยังถูกหักอยู่ดี ในช่วงไม่กี่วินาทีสุดท้ายของคืนสงัด หลินเจาอินรีบหยิบไอเท็มฟื้นพลังชีวิตออกมายัดใส่ปาก
สถานะคืนสงัดสิ้นสุดลง ผู้เล่นทุกคนกับจ้าวแห่งซากปรักหักพังกลับคืนสู่สภาพก่อนถูกแช่แข็ง ทว่าการเคลื่อนไหวของทุกคนติดขัดไปชั่วขณะ
“ใช้ทักษะสำเร็จแล้ว ทุกคนอย่าเพิ่งยอมแพ้ ต่อจากนี้เราจะใช้ทักษะต่อเนื่องได้ราบรื่นแล้ว!”
เมื่อได้ยินคำพูดของหลินเจาอิน ทุกคนก็เข้าใจในที่สุดว่าความรู้สึกเมื่อครู่คืออะไร ทักษะหยุดเวลาของหลินเจาอินใช้สำเร็จแล้ว ต่อจากนี้ขอเพียงใช้ทักษะนี้ได้ทันที ผู้เล่นก็ไม่น่าต้องเผชิญอันตรายถึงชีวิตโดยตรงอีก
ในสภาวะที่เวลาหยุดนิ่ง เข็มจิตน้ำแข็งของหลินเจาอินก็ไม่หักพลังชีวิต 8 แต้มต่อวินาที สองนาทีจึงเท่ากับพลังชีวิต 960 แต้ม
เช่นเดียวกัน พลังชีวิต 20,000 แต้มที่จ้าวแห่งซากปรักหักพังฟื้นฟูทุกนาทีก็ไม่เพิ่มขึ้น
สำหรับผู้เล่นคนอื่นไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่หลินเจาอินกลับใช้เวลาไปมากกว่าเดิมจริง ๆ
เมื่อหลินเจาอินเริ่มใช้ทักษะเทพแห่งความซวยสิงใส่จ้าวแห่งซากปรักหักพังเป็นครั้งที่ห้า ไอเท็มฟื้นพลังชีวิตในกระเป๋าของเธอก็หมดลงในที่สุด
