ในที่สุดหลินเจาอินก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองยังมีสกิลระดับ A อยู่อีกหนึ่งอย่าง นั่นคือคืนสงัด
เธอแทบไม่เคยใช้สกิลนี้เลย แต่เมื่อเทียบกับสกิลอื่นที่เพิ่มพลังโจมตีอย่างเดียวแล้ว สกิลนี้พิเศษมาก
สกิลคืนสงัดทำให้เวลาและพื้นที่หยุดนิ่ง มีเพียงเธอที่เคลื่อนไหวได้ แม้จะต้องใช้พลังชีวิต และช่วงเวลาที่หยุดนิ่งก็ไม่ได้นานนัก แต่ก็เท่ากับมอบช่วงเวลาไร้เทียมทานให้เธอ
มีเพียงเธอที่โจมตีมอนสเตอร์ได้ แต่มอนสเตอร์กลับขยับมาแตะต้องเธอไม่ได้ หากใช้สกิลนี้ได้ยามจำเป็น ย่อมทรงพลังมาก
การเลือกสกิลไม่ใช่แค่ต้องเลือกสกิลที่มีพลังต่อสู้สูง แต่ยังต้องเลือกสกิลหายากด้วย หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง หลินเจาอินก็ตัดสินใจเลือกพลิกฟ้าลวงตะวัน เทพแห่งความซวยสิง และความทุ่มเทในการทำงาน
การทดสอบสุดท้ายไม่ใช่การต่อสู้ของเธอเพียงคนเดียว และไม่ใช่แค่ผู้เล่นประเทศหัวเซี่ยเท่านั้น ยังมีผู้เล่นจากอีกหลายประเทศเข้าร่วมด้วย
แม้ผู้เล่นจากโซน 110 จะมีจำนวนถึงครึ่งหนึ่ง แต่ในช่วงเวลาสำคัญก็ยังประมาทไม่ได้ ต้องร่วมมือกับผู้เล่นทุกคน
หลินเจาอินกับฉินเฟิงเป็นสองอันดับแรกของทั้งเซิร์ฟเวอร์ แต่หลินเจาอินก็ไม่ได้มั่นใจจนคิดว่าทุกคนจะยอมทำตามพวกเขา
หลังจากปรึกษากับฉินเฟิงแล้ว หลินเจาอินจึงติดต่อบูลี เร็กซ์ ผู้เล่นจากโซน 072 มีจำนวนไม่น้อย และพวกเขาก็เชื่อฟังบูลี ขอเพียงเจรจากับเขาลงตัว ผู้เล่นจากโซนอื่นที่เหลือก็คงไม่โง่ถึงขั้นแยกกันสู้ตามลำพัง
หากอยากให้อีกฝ่ายร่วมมือ ก็ต้องยื่นผลประโยชน์ที่ตัวเองมอบให้ได้ออกไป
หลินเจาอินพูดเข้าประเด็นทันที แจ้งว่าฝั่งเธอมีผู้เล่นคนหนึ่งที่มีสกิลฟื้นฟูพลังชีวิตให้คนหมู่มากได้ อีกทั้งเธอจะเรียกระดมผู้เล่นทั้งหมดในโซน 110 ให้รวบรวมไอเทมฟื้นฟูพลังชีวิต ฟื้นฟูมานา และห้ามเลือด แล้วแจกให้ผู้เล่นโซน 110 ทุกคนที่เข้าร่วมศึก
ไอเทมเหล่านี้ไม่ใช่ของที่พวกเธอจะใช้เอง ขอเพียงทุกคนยินดีร่วมมือ ก็แบ่งปันให้พวกเขาได้เช่นกัน
ส่วนสิ่งที่หลินเจาอินต้องการย่อมเป็นดอกไม้อมตะที่อีกฝ่ายมี หากมีผู้เล่นเสียชีวิตระหว่างการทดสอบ เมื่อนำดอกไม้อมตะมาใช้คืนชีพ ก็จะสูญเสียพลังต่อสู้ไปไม่มากนัก
